World’s Best Martial Artist 13 ฟางผิงผู้หลอกพ่อ

ตอนที่ 13 ฟางผิงผู้หลอกพ่อ

ตอนที่ 13 ฟางผิงผู้หลอกพ่อ

ฟางผิงพูดถึงขั้นนี้แล้ว พ่อแม่ฟางไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเชื่อเขา

หลังจากนั้นตอนแรกพวกเขาก็เปี่ยมไปด้วยความสุข ตามมาด้วยความเศร้าและความรู้สึกผิด

พวกเขาย่อมเชื่อคำพูดของลูกชาย ว่าเขามีพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

อย่างไรก็ตามนั่นก็หมายความว่าพวกเขาเป็นคนถ่วงลูกชาย

สมมุติลูกชายของพวกเขาเกิดในครอบครัวที่มีเงินล่ะก็…

พวกเขาไม่กล้าคิดต่อ ขณะที่อยู่บนโต๊ะกินข้าว พวกเขามีรอยยิ้มบนใบหน้า แต่ลึกลงไปในแววตามีความเศร้าสลดแฝงไว้อยู่

…..

หลังทานอาหารเสร็จ หลี่อวี้อิงก็เก็บจานไปห้องครัวโดยมีฟางหมิงหรงตามไป

ฟางหยวนลูบท้องน้อยๆของตน เธอกำลังอารมณ์ดี เพราะสองสามมานี้เจ้าคนนิสัยไม่ดีฟางผิงเหมือนจะเลิกขโมยอาหารเธอ ดังนั้นเธอจึงทานจนอิ่มเสมอ

แต่พอฟางผิงเลิกขโมยอาหารเธอ เธอก็รู้สึกไม่ค่อยชอบใจเช่นกัน เธอรู้สึกเหมือนอาหารไม่อร่อยเหมือนก่อน

เมื่อเห็นพ่อแม่ไปแล้ว เธอก็ยกเอาหัวข้อเมื่อกี้มาพูดอย่างมีความสุข “ฟางผิง นายจะผ่านสอบวิชายุทธจริงเหรอ?”

“แน่นอน!”

“แต่ทำไมหนูถึงรู้สึกว่านายกำลังโม้อยู่ตลอดเลยล่ะ?”

“เชื่อใจพี่หน่อยได้ไหม?”

ฟางหยวนพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจเพื่อเห็นแก่หน้าพี่ชายบ้าง จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมาถาม “ถ้านายสอบไม่ผ่าน นายจะเลิกบีบแก้มฉันจริงๆใช่ไหม?”

สีหน้าของฟางผิงดูมืดมน เขาหันไปถลึงตาใส่เธอ “น้องโง่รึเปล่า? รอจนพี่สอบเข้ามหาลัยวิชายุทธได้แล้วกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ น้องจะได้ทุกอย่างที่น้องต้องการ!”

“พอถึงเวลา พี่จะเลี้ยงเคเอฟซี ซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆให้ พาน้องไปดูหนัง พี่จะทุบตีพวกเด็กที่ตั้งฉายาให้น้อง”

“ไหนบอกมาซิ เมื่อเทียบกับบีบแก้ม น้องจะเลือกทางไหน?”

สาวน้อยคิดหนักทันที

ที่ฟางผิงพูดเหมือนจะมีเหตุผล!

ฟางผิงไม่มีเวลามาสนใจเธอ เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปทางลานหลังบ้าน

เมื่อเห็นท่าทางลับๆล่อๆของเขา ฟางหยวนก็เอ่ยถาม “นายทำอะไร?”

“พ่อแม่ต้องพูดเรื่องใช้เงินซื้ออาหารเสริมให้พี่แน่นอน พี่จะไปฟัง”

ฟางผิงไม่ได้โง่ เขาเดาได้อย่างง่ายดายว่าพ่อแม่เขาวางแผนคุยอะไรกันหลังเข้าห้องครัวไปด้วยกัน

เขาไม่อาจปล่อยให้พ่อแม่ทำแบบนั้นได้ ถ้าพ่อแม่แอบใช้เงินซื้ออาหารเสริมให้เขา ยกตัวอย่างเม็ดยาปราณและเลือดที่แพงที่สุด ฟางผิงคงหัวร้อนตาย

ในขณะเดียวกัน มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่พวกท่านจะทำแบบนั้น!

ถ้าพวกท่านไปซื้อมาจริง พวกท่านก็จะไปซื้อก่อนแล้วมาบอกเขาทีหลัง พอถึงตอนนั้น เขาคงเสียใจอย่างสุดซึ้ง

แทนที่จะเป็นแบบนั้น เขาคิดหาวิธีหลอกพ่อแม่ดีกว่า

ในเวลานี้ ฟางผิงต้องการเงิน ตอนนี้เขายังไม่คิดวิธีหาเงินเร็วๆ ต่อให้เขามีแนวคิด เขาก็ต้องมีเงินทุนอยู่ในมือก่อน

การหลอกพ่อแม่ไม่ขัดต่อมโนธรรมเขา

หลังเขาสอบผ่าน ทุกอย่างก็ได้กลับคืนมาเอง

ต่อให้เขาไม่ผ่านการสอบ ฟางผิงก็ไม่คิดว่าตัวเองจะไร้ค่าไปตลอดชีวิต

…..

ในครัวลานหลังบ้าน

มันเกือบจะเหมือนกับที่ฟางผิงคาดเดาไว้

ฟางหมิงหรงถามเสียงเบาขณะสูบบุหรี่ด้วยคิ้วขมวดผูกเป็นปม “เรามีเงินเก็บเท่าไหร่?”

“ห้าหมื่นกว่าหยวน หลายปีมานี้เราหมดกับผิงผิงกับหยวนหยวนไปมาก…”

“หลังเลิกงานพรุ่งนี้ คุณไปถอนเงินออกมาหมดเลย เราจะเหนี่ยวรั้งฟางผิงไม่ได้”

“ทั้งหมดเป็นของขวัญของฉัน แต่ก่อนลูกของเบื้องบนบางคนก็ไปตรวจ แต่ผมไม่ได้คิดมากนัก”

“ไม่งั้นนะ…”

“เฮ้อ!”

ฟางหมิงหรงถอนหายใจ ถ้าฟางผิงไม่ลงสอบเอง เขาคงไม่ให้ลูกชายไปสอบ

ใครจะรู้ล่ะว่าลูกชายเขามีพรสวรรค์ตามธรรมชาติ? ฟางหมิงหรงเปี่ยมไปด้วยความเสียใจ

ตอนนี้เกาเข่าใกล้เข้ามาแล้ว ไม่รู้ว่าฟางผิงยังจะมีโอกาสอยู่ไหม

ฟางหมิงหรงถอนหายใจอีกครั้ง “ผมได้ยินหัวหน้าแผนกบอกว่าเขาจะซื้ออาหารเสริมชุดใหญ่ให้ลูกชายแล้วมันได้ผลดีมาก”

“ตลอดสองเดือนข้างหน้า เราควรซื้อวัตถุดิบที่มีประโยชน์ให้ฟางผิงเพิ่ม”

“ผมจะไปถามว่ามียาตัวไหนช่วยได้ไหม ถ้าเรามีเงินไม่พอ เราจะได้ไปยืมเงินเพิ่ม”

“หลังฟางผิงสอบเกาเข่าเสร็จ เราควรพาหยวนหยวนไปตรวจบ้าง ถ้าเราเป็นคนเหนี่ยวรั้งทั้งสองไว้ เราจะกลายเป็นคนทำลายชีวิตของทั้งคู่!”

หลี่อวี้อิงนิ่งเงียบ หลังจากนั้นครู่นึงเธอถึงจะตอบเสียงเบา “ฉันจะทำตามนั้น ฉันจะไปถอนเงินหลังเลิกงาน”

“…”

ทั้งสองคุยกันโดยมีฟางผิงแอบฟังอยู่ เมื่อเขารู้สึกว่าเขาฟังจนพอใจแล้ว เขาก็เดินเข้าห้องครัวจากทางเข้า

เมื่อเห็นลูกชายเดินเข้ามา ทั้งสองก็หยุดพูดเรื่องนี้

ฟางผิงทำเหมือนไม่มีอะไร เขากล่าวอย่างไม่เต็มใจ “พ่อ แม่ ผมอยากบอกอะไรหน่อย”

ฟางหมิงหรงดับบุหรี่แล้วตอบ “ว่ามาสิ”

“เรื่องเป็นแบบนี้ ผมไปตรวจค่าปราณและเลือดที่บ้านเพื่อนใช่มั้ย? เพื่อนร่วมชั้นคนนั้นเป็นคนที่เก่งที่สุดในห้อง เขามีโอกาสสูงที่จะเข้ามหาลัยวิชายุทธปีนี้”

“เขาบอกผมว่าแม้แต่ผมก็สอบผ่านได้ แต่ผมต้องเตรียมตัว”

ฟางหมิงหรงรีบกล่าว “บอกพ่อมา ลูกจำเป็นต้องเตรียมตัวแบบไหน? ลูกไม่ต้องห่วงเรื่องอื่นนอกจากผ่านการสอบหรอก พ่อจะคิดหาทางให้ลูกเอง”

“คืองี้ครับ เขาบอกว่าจะดีที่สุดถ้าผมซื้อยาบำรุงมาทาน”

ฟางหมิงหรงถอนหายใจโล่งอก นี่เป็นสิ่งที่เขาเตรียมจะทำก่อนลูกชายแนะนำเสียอีก

ฟางผิงพูดต่อ “แต่มันแพงหน่อย เพื่อนร่วมห้องบอกผมว่าจะดีที่สุดถ้าผมซื้อเม็ดยาเสริมกำลัง”

“เม็ดยาเสริมกำลังถ้าซื้อที่ร้านขายยา มันจะมีราคาสามหมื่นหยวน”

“เขาเคยซื้อมา แต่ราคาถูกกว่าในร้านยา พ่อเขาเป็นนักธุรกิจที่รู้จักกับเถ้าแก่ร้านยา เขาเลยซื้อยาได้เม็ดละสองหมื่นหยวน”

“ผมคิดจะวานให้เขาซื้อมาให้ผมสักเม็ด…”

ฟางหมิงหรงขมวดคิ้วเล็กน้อย มันไม่ใช่เพราะเขาลังเลไม่อยากใช้เงินสองหมื่น เงินสองหมื่นหยวนต่ำกว่าความคาดหวังของเขาเสียอีก

คำถามหลักคือมันน่าเชื่อถือไหม

หมื่นหยวนเป็นเงินก้อนโตสำหรับครอบครัวปกติแล้ว มันคงเป็นปัญหาถ้าพวกเขาถูกหลอก

ฟางผิงรู้ว่าพ่อเขาต้องกังวลเรื่องนั้นแน่นอน เขาพูดต่อทันที “ครอบครัวเขารวย เขาไม่โกหกแน่นอน”

“แถมเขายังเรียนเก่ง และเข้าสอบวิชายุทธด้วย”

“พ่อ เราจะต้องผ่านการตรวจสอบปูมหลังทางการเมืองก่อนเราถึงจะไปขั้นต่อไปได้ ถ้าเขาหลอกเรา ผมจะรายงานเรื่องนี้ให้โรงเรียนและเขาจะถูกตัดสิทธิ์ทันที”

“หลังคิดอย่างจริงจัง ผมก็ได้ข้อสรุปว่าเขาไม่โกหกแน่นอน ไม่งั้นเขาก็คงโง่แล้ว หลังเราสอบผ่าน ลืมเรื่องเงินสองหมื่นหยวนไปได้เลย แม้แต่เงินสองล้านหยวนก็ไม่ใช่ปัญหา”

ฟางหมิงหรงรู้สึกลังเลก่อนจะตัดสินใจ เขาพยักหน้าแล้วกล่าว “ตกลง พ่อจะลาวันนึงแล้วไปเยี่ยมครอบครัวเขาพรุ่งนี้…”

“พ่อ!”

ฟางผิงรีบแทรก “พวกเขายุ่งมาก ถ้าพ่อไปเยี่ยมเขาเพียงเพราะเงินสองหมื่นหยวน มันจะดูเหมือนพ่อไม่ไว้ใจเขา เขาอุส่าช่วยเราทั้งๆที่ไม่จำเป็น”

“เขาตกลงช่วยผมเพราะเขาสังเกตเห็นว่าค่าปราณและเลือดของผมไม่เลว ไม่งั้นใครจะใจกว้างช่วยเหลือให้แบบนี้ล่ะ?”

“ถ้าพ่อตกลง ผมจะไปหาพวกเขาแทน พ่อ โอเคไหม?”

ฟางหมิงหรงยังคงลังเล แต่หลี่อวี้อิงที่อยู่ข้างๆเห็นด้วย “ลูกพูดถูก พวกเขาช่วยเพราะผิงผิง”

“พวกเขาช่วยเพราะผิงผิงมีโอกาสผ่านการสอบวิชายุทธ”

“คุณเป็นใคร? พนักงานธรรมดา ใครจะอยากช่วยคุณล่ะ?”

ฟางผิงกล่าวเมื่อเห็นว่าพ่อยังเงียบอยู่ “เป็นอู๋จื้อเห่าจากห้องผม พ่อรู้จักเขาไหม?”

“เป็นเขาหรอ?”

ฟางหมิงหรงจำอีกฝ่ายได้

เขาเคยเข้าร่วมการประชุมผู้ปกครองของฟางผิง ดังนั้นเขาจึงเคยพบพ่อของอู๋จื้อเห่ามาก่อน

คนที่มีผลการเรียนดีของห้องไม่เพียงแต่จะมีอิทธิพลต่อเพื่อนร่วมชั้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้ปกครองด้วย

แม้ว่าอาจารย์ประจำชั้นของฟางผิงจะไม่ได้มีนิสัยประจบคนรวย แต่เขาก็ยังให้ความสำคัญกับลูกศิษย์ตามผลการเรียน และมันก็เป็นเรื่องปกติ

ช่วงประชุมผู้ปกครอง เขามักจะพูดเสมอว่า ‘ลูกชายของคุณอู๋จื้อเห่ายอดเยี่ยมมาก เขามีโอกาสสูงที่จะสอบวิชายุทธผ่าน’ หรือ ‘ถ้าเขาสอบปีที่แล้ว เขาสอบผ่านแน่นอน’…

มันไม่ใช่ครั้งแรกที่อาจารย์ประจำชั้นพูดอะไรแบบนี้ แม้แต่ฟางหมิงหรงก็เคยได้ยินสองสามครั้ง

เขาเคยเห็นพ่อของอู๋จื้อเห่าเหมือนกัน เขาแต่งกายดีกว่าเมื่อเทียบกับพวกเขา แถมยังขับรถเล็กๆมางานประชุมผู้ปกครองไม่เหมือนเขาที่ขับจักรยานยนต์มา

ฟางหมิงหรงไม่เชื่อว่าพ่อแม่ที่มีลูกมีโอกาสผ่านสอบวิชายุทธจะหลอกเอาเงินสองหมื่นหยวนจากเขา

ถ้านี่เป็นหลังเกาเข่าแล้วอู๋จื้อเห่าล้มเหลว เรื่องนี้คงน่าเป็นห่วง

แต่ถ้าเรื่องมันเกิดก่อนเกาเข่า งั้นมันก็เหมือนที่ฟางผิงพูด อู๋จื้อเห่าจะถูกตัดสิทธิ์ถ้ามีข่าวหลุดมา

เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฟางหมิงหรงก็กล่าวทันที “ไม่เป็นไร พ่อไม่มีปัญหา”

“พ่อจะให้แม่ถอนเงินให้ลูก อย่าลืมทำตัวสุภาพและขอบคุณพวกเขาด้วยล่ะ”

“ลูกยังไม่ได้เข้ามหาลัยวิชายุทธ พ่ออายเกินกว่าจะไปเยี่ยมเยือนพวกเขา หลังลูกสอบผ่าน เราจะไปขอบคุณพวกเขาแล้วเลี้ยงอาหารเย็นพวกเขาด้วยกัน”

“ต่อให้ลูกไม่ผ่าน ลูกก็ต้องจำบุญคุณนี้เอาไว้ด้วย…”

ฟางหมิงหรงพูดอยู่พักนึง สำหรับเขาแล้ว มันเป็นบุญคุณครั้งใหญ่

เงินส่วนลดหมื่นหยวนไม่ใช่จำนวนน้อยๆเลย

พรุ่งนี้ตอนไปทำงาน เขาจะไปถามหัวหน้าแผนกว่าที่ฟางผิงพูดมาเป็นความจริงไหม ถ้าร้านยาขายเม็ดยาถูกกว่า งั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปขอความช่วยเหลือ

ฟางหมิงหรงเป็นแค่พนักงานโรงงาน แต่เขาไม่ได้โง่ ถ้าไม่ใช่เพื่อลูกชาย เขาก็จะหลีกเลี่ยงตัวเองไม่ให้เป็นหนี้คนอื่น

ฐานะการเงินของพวกเขามีจำกัด ถ้าเขาประหยัดเงินได้หมื่นหยวน เขาก็จะได้นำไปซื้ออาหารที่มีประโยชน์ให้ฟางผิง

จากนั้นฟางหมิงหรงก็พูดเตือนเขา “ลูกควรไปบอกเพื่อนก่อน พอถึงเวลาจะได้ไปจ่ายเงินพวกเขา”

“ครับพ่อ สบายใจได้”

ฟางผิงพยักหน้าหงึกๆและขอโทษพ่อในใจ ‘พ่อ ขอโทษนะ ผมหลอกพ่ออีกแล้ว’

การหลอกพ่อเป็นทางเลือกสุดท้าย ถ้าเขาไม่ทำแบบนั้น พ่อเขาก็อาจไปซื้อยาจากข้างนอกที่ราคาแพงกว่าแต่มีประสิทธิภาพน้อย

เงินจะมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่ออยู่ในมือเขา พอถึงเวลา เขาจะใช้แต้มทรัพย์สินแล้วเอาเงินคืนให้พ่อ แต่ถ้าเขาทำแบบนั้น เขาไม่รู้ว่าแต้มทรัพย์สินเขาจะลดลงไหม?

ฟางผิงคิดว่ามันมีความเป็นไปได้สูง แต่ถ้าเขาแปลงมันเป็นปราณและเลือดแล้ว เขาไม่รู้ว่ามันจะเป็นยังไง

ไม่ว่ายังไง ยิ่งเขามีทรัพย์สินมากเท่าไหร่ ความเป็นไปได้ที่เขาจะสอบผ่านก็สูงยิ่งขึ้น

ถ้าเขาสอบติด พ่อแม่เขาก็คงไม่ว่าต่อให้พวกท่านจับได้ว่าโดนเขาหลอก

…..

พ่อแม่ไม่ได้สงสัยเขาเลย หลังคุยเรื่องนี้จบ เขาก็กลับห้องแล้วพบว่าฟางหยวนกำลังรอเขาด้วยสีหน้าเหมือนจะบอกว่าฟางผิงทำอะไรไม่ซื่อสัตย์

“ฟางผิง บอกมาตรงๆ สารภาพบาปซะ!”

ฟางผิงกลอกตามองบนแล้วเอื้อมมือไปบีบแก้มฟางหยวน แต่สาวน้อยก็หลบเขาอย่างรวดเร็วแล้วบ่นอุบอิบ “อย่าคิดว่าจะได้ผล!”

“บอกมา เมื่อกี้นายพูดความจริงไหม?”

“เอาล่ะ เด็กน้อยอย่างน้องอย่าสนใจเรื่องของผู้ใหญ่ให้มากนัก น้องจะรู้ว่าพี่พูดจริงไหมหลังสอบผ่าน”

ฟางผิงคร้านจะอธิบายให้น้องสาว เขาจึงบอกปัดด้วยคำตอบกำกวม

ฟางผิงแก้มป่อง “นายจะโกหกไม่ได้ ไม่งั้น…ไม่งั้น…นายจะบีบแก้มฉันไม่ได้อีก!”

ฟางผิงหัวเราะแล้วลูบหัวเธอ เขากล่าวอย่างมั่นใจ “ไม่ต้องห่วง พี่ชายไม่ได้หมดหวังจนต้องหลอกเอาเงินพ่อแม่หรอก”

เขาแค่ทำไปเพื่อสอบวิชายุทธและเพื่ออนาคตของตนเอง แต่ถ้าเขามีเวลาเพิ่มสักหน่อย เขาคงไม่ทำแบบนี้

World’s Best Martial Artist

World’s Best Martial Artist

Score 10
Status: Completed

เรื่องย่อ

 

ฟางผิงใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในที่สุดก็ตัดสินได้ว่าเขาไม่ได้ฝันไปหรือไม่ได้ถ่ายหนัง…อย่าไร้สาระน่า ถ้าการถ่ายหนังชุบความเป็นหนุ่มของเขากลับมาได้ งั้นกองถ่ายก็คงไปถ่ายทำที่สวรรค์ได้แล้ว!

 

หลังยืนยันว่าเขากลับมาเกิดใหม่ ฟางผิงก็รู้สึกถึงความตื่นตระหนกก่อนจะค่อยๆยอมรับความจริง

 

ความจริงอะไรงั้นเหรอ? ความจริงที่ว่าเขากลับมาเกิดใหม่ในร่างตัวเองตอนเด็ก และเนื่องจากเขามีความรู้ของอนาคตติดตัวมาด้วย เขาจะทำวันนี้ให้ดีที่สุดแล้วกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงธุรกิจ! เขาจะรวย!

 

นั่นเป็นความคิดของเขาจนกระทั่งเพื่อนเขามาขัดจังหวะ

 

“สรุปนายจะลงทะเบียนสอบวิชาการต่อสู้ไหม?”

 

อะไรนะ? พูดเล่นเหรอ? หรือเขาส่งบทผิด? วิชาการต่อสู้คืออะไร? ทำไมถึงมีค่าลงทะเบียนหมื่นหยวน? หัวของเขาเต็มไปด้วยประโยคคำถาม ไม่นานฟางผิงก็ตระหนักว่าเขาอาจไม่ได้โชคดีเหมือนที่เขาคิดไว้ตอนแรก…

Options

not work with dark mode
Reset