I Know That After School The saint is More Than Just Noble 5

ตอนที่ 5

 

 

ผมกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากที่ได้คุยกับทามากิ

 

ตามปกติแล้ว ตอนผมมาถึงบ้านผมต้องทําอาหารกินเอง ผมเลยคิดว่าคืนนี้จะกินอะไรดี

 

เมื่อไปถึงถนนสายหลัก ผมก็ได้กลิ่นหอมที่ออกมาจากร้านราเม็ง

 

ผมเหลือบไปเห็นป้ายที่เขียนว่า “เชี่ยวชาญในทงคตสึทะเล” และมีคนต่อแถวรออยู่หน้าร้าน

[TLN: ทงคตสึเป็นราเม็งประเภทหนึ่ง]

 

ดูเหมือนว่าจะยังไม่เปิดร้าน แต่กลับได้รับความนิยมอย่างไม่น่าเชื่อ ผมไม่เคยกินราเม็งร้านนี้มาก่อน เลยไม่รู้ว่ามันอร่อยไหม

 

แต่ที่บ้านผมมีอาหารและเครื่องปรุงที่เหลือไว้มากเหมือนกัน จะง่ายกว่าที่ผมจะไปทําอาหารกินเองที่บ้าน

 

ยิ่งไปกว่านั้นมีคนต่อคิวที่จะกินเยอะเกินไป ถ้าผมตัดสินใจที่จะกินราเม็งที่นี่คงจะได้กลับคํ่าแน่นอน

 

(โอเค อดทนไว้)

 

พอคิดอย่างนั้นแล้วผมก็เดินผ่านร้านราเม็งไป

 

“”อ่ะ””

 

ผมได้พบกับใบหน้าที่คุ้นเคยดี สายตาของเราสบกัน และเธอก็กล่าวทักทายผม

 

“สวัสดีตอนเย็น. ยามาโตะคุงกำลังจะกลับบ้านเองหรอ?”

 

คุณซิราเสะถามผมด้วยความสงสัยและเอียงศีรษะ

 

“พอดีมีคนนัดคุยกับผมน่ะ  แล้วคุณซิราเสะจะมากินราเม็งร้านนี้คนเดียวหรอ?”

 

“อืม ร้านนี้ราเม็งอร่อยมากนะ”

 

เด็กสาวมัธยมปลายที่ไปร้านราเม็งคนเดียวอาจดูเหมือนเป็นอะไรที่ค่อนข้างไม่ปลอดถัย แต่ยังไงซะถ้าเป็นคุณซิราเสะคงไม่มีปัญหาหรอก 

 

นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคุณซิราเสะอยู่นอกโรงเรียน ตั้งแต่วันที่เราไปร้านซีดีด้วยกัน

 

ผมเงียบไปสักพักเพราะเราไม่ได้คุยกันหลังเลิกเรียนตั้งแต่สามวันมานี้ ผมเลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปดี

 

เมื่อคุณซิราเสะเห็นผมแบบนั้นแล้ว คุณซิราเสะก็เอียงศีรษะของเธออย่างสงสัยอีกครั้ง

 

“ยามาโตะคุงอยากมากินราเม็งด้วยกันไหม”

 

“ไม่เป็นไร ผม…”

 

—Grr…

 

และท้องของผมก็ดังขึ้น นี่มันจะเป๊ะอะไรอย่างนั้นเนี่ย 

 

“โอเค ผมกินด้วย….”

 

ใบหน้าของผมเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอาย ในขณะที่ผมตอบ และคุณซิราเสะก็หัวเราะออกมา

 

“เอ๊ะ อย่าหัวเราะสิครับ…”

 

“โทษที โทษที เราไปต่อแถวกันเถอะ”

 

ด้วยเหตุนี้คุณซิราเสะจึงออกจากแถว

 

“เอ๊ะ คุณชิราเสะไม่ต้องออกจากแถวก็ได้นะครับ”

 

“ไม่เป็นไร แล้วตอนนี้ฉันก็ออกจากแถวมาแล้ว อีกอย่างจะได้กินราเม็งพร้อมกับยามาโตะไง”

 

คุรซิราเสะพูดอย่างเรียบง่ายและเดินตรงกลับไปที่ปลายแถว

 

 

 

จากนั้นผมก็เดินไปต่อท้ายแถวกับคุณซิราเสะ

 

ร้านราเม็งเปิดประมาณสิบนาทีหลังจากที่ผมและคุณซิราเสะเริ่มเข้าแถว

 

หลังจากนั้นอีกยี่สิบนาที พวกเราก็สามารถเข้าไปในร้านได้

 

เป็นร้านอาหารไม้เล็กๆ ที่มีที่นั่งแบบเคาน์เตอร์สำหรับไม่กี่คน ให้บรรยากาศของร้านอาหารที่ก่อตั้งมาช้านาน

 

ผมและคุณซิราเสะนั้งลงข้างกันและสั่งราเม็งธรรมดาสองอัน

 

ระหว่างที่รอราเม็งอยู่ ผมก็ดื่มน้ำหนึ่งแก้วเพื่อขจัดความหิว

 

“ฮ่า~ ผมเริ่มหิวแล้วสิ”

 

“ที่นี่ทําเร็วอยู่น่ะ เดี่ยวก็เสร็จแล้ว”

 

“โอเคครับ.. บอกตามตรงผมหิวมากเลย..”

 

จากนั้นคุณซิราเสะ ก็เอาริมฝีปากมาแนบหูของผมแล้วกระซิบบอกอะไรกับผม

 

“ยังไงซะ ตอนนี้ยามาโตะคุงมีเงินพอไหม? ฉันยังไม่ได้ถามยามาโตะคุงเรื่องเงินก่อนชวนมากินเลย ถ้าไม่ว่าอะไรฉัยจ่ายให้ได้นะ”

 

ในตอนแรก ผมสึกประหม่าเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น  ผ่านไปสองสามวินาที ผมก็กลับมาที่ตัวเองและไอเล็กน้อยก่อนจะตอบ

 

“อ้อ เรื่องนั้นไม่เป็นไรครับ ผมวางแผนที่จะไปกินข้าวที่บ้านก็จริง แต่ก็เตรียมเงินไว้เผื่อจะได้ซื้ออะไรในตอนกลับบ้านนะ”

 

“อ้อ โอเค ถ้าเป็นอย่างนั้น”

 

คุณซิราเสะดูโล่งใจ อันที่จริงผมไม่แน่ใจว่าคุณซิราเสะกังวลว่าเธอกำลังสร้างปัญหาให้ผมรึปล่าว

 

เพื่อให้แน่ใจว่า ผมตัดสินใจถาม

 

“คุณซิราเสะกังวลว่าผมจะไม่มีเงินจ่ยใช่รึปล่าวครับ? นั่นจึงเป็นเหตุผลที่สองสามวันมานี้คุณซิราเสะไม่ได้ชวนผมไปเที่ยวไหนเลย”

 

“…เอ่อ อะไรประมาณนั้นนะ”

 

คุณซิราเสะเอานิ้วหมุนรอบปากแก้วแล้วตอบอย่างลังเล

 

“ยามาโตะคุงบอกว่าขาดเงินเมื่อวันนั้น ก่อนหน้านี้ยามาโตะคุงก็พูดอะไรทำนองนี้เหมือนกัน”

 

“อ่า…”

 

มันเป็นความจริง ผมจำได้ว่าพูดแบบนั้นหลายครั้ง อันที่จริงตอนนี้ผมมีเงินกับตัวน้อยมากๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็มีความสุขอย่างประหลาดที่คุณซิราเสะเป็นห่วงผม และผมก็ยิ้มออกมา

 

“อืม? ยิ้มทำไมหรอ”

 

“ไม่มีอะไรครับ ผมแค่มีความสุข…”

 

“แปลก ยามาโตะคุงนี่แปลกจริงๆ”

 

รอยยิ้มของผมยิ่งเข้มขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของคุณซิราเสะซึ่งกําลังมองมาที่ผม

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ผมทำตัวแปลกๆจริงๆ 

 

 

 

“ผมรู้สึกดีใจนะที่คุณซิราเสะเป็นห่วง แต่เรื่องเงินของผมน่ะไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณซิราเสะคิดนะ ดังนั้นอย่างกังวลไปเลยครับ”

 

“อย่างนั้นหรือ”

 

“ครับ ตามนั้นเลย”

 

“อืม ในกรณีที่ฉันชวนยามาโตะคุงออกไปข้างนอกโดยไม่คํานึงถึงค่าใช้จ่าย ฉันคิดว่านั้นอาจจะทําให้ยามาโตะคุงลําบากได้น่ะ”

 

ผมหน้าแดงขึ้นมาดมื่อได้ยินแบบนั้น ผมจึงหาวิธีที่จะแก้เขิน

 

“อืม…แม้แต่คุณซิราเสะซังก็ยังสบสันในบางทีว่าจะทําอะไร? —อ่า แล้วก็หลงทางบ่อยด้วย”

 

“ฉันไม่ได้หลงทางบ่อยสักหน่อย…”

 

เมื่อได้ยินอย่างนั้นแล้ว คุณซิราเสะก็พองแก้มขึ้นมา เป็นเรื่องปกติที่คุณซิราเสะจะอารมณ์เสีย นอกจากนี้ เธอยังไม่ยอมรับว่าเธอไม่มีเซนส์ในการเดินทาง

 

“คุณซิราเสะซัง หยิบนํ้าให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”

 

“…”

 

“คุณชิราเสะ?”

 

“ไปหยิบเองสิ ฉันไม่ว่างตอนนี้นะ”

 

ดูเหมือนว่าคุณซิราเสะจะอารมณ์เสียในแบบของเธอเอง แม้ว่าเธอจะพูดอย่างตรงไปตรงมา แต่ใบหน้าของเธอก็ไม่ได้ทําหน้าเย็นตา หรือโกรธผมอย่างจริงจรังแต่อย่างใด

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า… คุณซิราเสะซังพูดถูก อย่างน้อยผมควรจะไปเอานํ้าเอง”

 

เนื่องจากผมไม่คาดหวังคำตอบจากเธอ ผมจึงตกใจ และหยิบเหยือกน้ำเทลงในถ้วยของผม

 

จากนั้นเองคุณซิราเสะก็ชูถ้วยของเธอขึ้นมาและพูดว่า

 

“เติมให้ฉันด้วยนะ ฉันจะยกโทษให้ยามาโตะคุงถ้ายามาโตะคุงทํา”

 

เมื่อผมเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของคุณซิราเสะ ผมก็รู้สึกโล่งใจและเทน้ำลงไป

 

ในขณะนั้น ผมสัญญากับตัวเองว่าผมจะหยุดล้อเลียนเธออย่างไร้ความคิด

 

ไม่นานหลังจากนั้น ราเม็งก็มาเสริฟ

 

ทงคตสึราเมนทะเลที่วางอยู่ข้างหน้าเขาเสิร์ฟพร้อมกับชาชูสองชิ้น ต้นหอม และไข่ต้ม

[TLN: ชาชู = หมูสามชั้น]

 

กลิ่นหอมที่เข้มข้นของอาหารทะเลและกระดูกหมูที่เข้ากันได้ดี ทําให้กระตุ้นความหิวของผม และผมสามารถจินตนาการได้ว่ามันอร่อยแค่ไหนก่อนที่จะเอาเข้าปาก

 

“อิทาดาคิมัส””
 

ผมตัดสินใจที่จะเรียนรู้มารยาทของร้านอาหารก่อนและเหลือบมองคุณซิราเสะ

 

เธอซุกผมข้างหนึ่งไว้ข้างหลังใบหูแล้วหยิบช้อนไม้ไผ่ขึ้นมาจิบซุป

 

จากนั้นเธอก็หยิบตะเกียบของเธอ เป่าเส้นบะหมี่ และกลืนเข้าไปในอึกเดียว

 

และก็เลียคราบมันออกจากริมฝีปากด้วยลิ้นและเริ่มกินบะหมี่อีกครั้ง

 

อึก.

 

ผมอดไม่ได้ที่จะน้ำลายไหล

 

วิธีรับประทานของคุณซิราเสะนั้นสุดยอกมาก

 

อันที่จริง ในที่ผมก็ตระหนักว่าผมไม่สนใจเรื่องมารยาท ผมแค่อยากเห็นคุณซิราเสะกินราเม็ง

 

ผมจิบซุปก่อนที่มันจะเย็นลงและลองทำด้วยตัวเอง จากนั้นรสชาติของอาหารทะเลก็เต็มปาก รสชาติมันค่อนข้างแรง แต่ก็ไม่ได้แรงเกินไป

 

ต่อไป ผมหยิบเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นหนามาหนึ่งคำ และด้วยเนื้อสัมผัสที่อวบอิ่ม รสชาติของทงคตสึทะเลก็ท่วมลิ้นของผม

 

มันอร่อย. ไม่น่าแปลกใจที่มีคนต่อแถวเยอะขนาดนี้ เคล็ดลับของความนิยมคือกินง่ายแม้จะอุดมไปด้วยวัตถุดิบที่หลากหลาย

 

หลังจากนั้นผมก็หยุดกินไม่ได้ ผมเคี้ยวชาชูชิ้นหนึ่งแล้วกินเส้นบะหมี่ ต่อไปฉันกินไข่ต้ม บางครั้งผมจะดื่มน้ำเพื่อทำให้ตัวเองสดชื่นและเริ่มกินอีกครั้ง

 

เนื่องจากผมหิวอยู่แล้ว ผมจึงกำลังกินอย่างรวดเร็ว แต่จากนั้นผมหยุดระหว่างที่กิน

 

เพราะคุณซิราเสะกําลังถื่อของที่ดูไม่ค่อยเหมาะกับผู้หญิง

 

“คุณชิราเสะ นั่น…”

 

“อืมม? มันคือกระเทียม ยามาโตะคุงสามารถเพิ่มเครื่องเทศที่ต้องการได้เลย”

 

จากนั้นคุณซิราเสะก็เปิดฝาโถที่บรรจุกระเทียมโดยไม่ลังเล

 

ทันใดนั้น กลิ่นฉุนของกระเทียมก็ลอยออกมาจากภาชนะ ผมคิดว่าผู้หญิงหลีกเลี่ยงกระเทียม แต่เห็นได้ชัดว่าคุณซิราเสะไม่มีความกังวลอะไร

 

คุณซิราเสะบดกระเทียมทีละชิ้นแล้วโยนลงในราเม็งทันที

 

จากนั้นเธอก็หยิบตะเกียบและคีบบะหมี่ขึ้นมาหนึ่งคำโดยไม่ลังเล

 

“อืม~”

 

สายตาของ JK ในเครื่องแบบกำลังกินทงคตสึราเมนพร้อมกระเทียมพิเศษ เหล่ตาอย่างมีความสุข ส่งผลให้ร้านอาหารผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด

 

จากนั้นคุณซิราเสะก็ดื่มซุปทุกหยดและพูดเบาๆ “โกะจิโซซามะ”

[TLN: โกะจิโซซามะ = ขอบคุณสำหรับอาหาร]

 

แต่ผมเห็นอย่างนั้นแล้ว ไม่นานผมก็รู้สึกตัว และบดกระเทียม โยนมันลงในชามของผม และกินราเม็งที่เหลือ

 

“ผมด้วย โกจิโซซามะ”

 

“นี่ ไม่ต้องรีบก็ได้”

 

“ไม่เป็นไรครับ นี่เป็นพลังใจชนิดหนึ่ง”

 

เมื่อผมแสดงให้เห็นความมุ่งมั่นของชาย คุณซิราเสะที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เอียงศรีษะอย่างสงสัย

 

“พลังใจ?”

 

“ไม่มีอะไรหรอกครับ…เรากินเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ”

 

“อืม ไปกันเถอะ”

 

เมื่อเราออกจากร้านอาหารหลังจากจ่ายเงินแล้ว ซึ่งเป็นเวลากลางคืน

 

“แบบนี้ก็รู้สึกดีแปลกๆ”

 

อาจเป็นเพราะราเม็ง หรืออาจเป็นเพราะค่ำคืนที่ล่วงลับไปแล้ว แต่คุณซิราเสะก็ดูมีอารมณ์ที่มีชีวิตชีวามาก ผมจึงตัดสิยใจชวนเธอไปเที่ยว

 

โชคดีที่ยังไม่สายเกินไป ดังนั้นชั่วโมงหรือสองชั่วโมงแห่งความสนุกคงจะไม่เป็นปัญหา

 

ผมมีเงินเหลือไม่มาก แต่นั่นก็ไม่มีปัญหาผมมีเงินออมที่เก็บไว้อยู่ ผมไม่อยากให้คุณซิราเสะเป็นห่วงผมเรื่องนี้

 

“งั้นวันนี้เราไปเที่ยวที่อาร์เคดไหมครับ”

 

ด้วยความอารมณ์ดีของผม ผมจึงติดสินใจเรื่องสถานที่

 

แต่คุณซิราเสะที่ยืนอยู่ข้างผมก็มีสีหน้าลำบากใจ

 

“มีอะไรรึปล่าวครับ ซิราเสะซัง”

 

แล้วคุณซิราเสะก็หันหลังและตอบว่า

 

“ฉันขอโทษ วันนี้ฉันจะกลับบ้าน”

 

“เอ๊ะ มีเรื่องอะไรที่จะทํารึเปล่าวครับ?”

 

“ปล่าว แต่…”

 

เป็นเรื่องปกติที่คุณวิราเสะจะดื้อรั้นมาก แต่ผมอยากรู้ว่ามีบางอย่างที่เธอพูดไม่ได้หรือเปล่า

 

“มีเรื่องอะไรรึปล่าวครับ หรือยังเป็นกังวลกับเรื่องเงินของผม”

 

เธอส่ายหัวจากทางด้านข้าง

 

เมื่อรวมกับข้อเท็จจริงที่ว่าเธอไม่ได้บอกเหตุผลให้ผมทราบ ผมก็รู้สึกหงุดหงิดเมื่อคุณซิราเสะไม่หันกลับมามองผมเลยและวางตัวอยู่ตรงหน้าผม

 

“นี่ คุณซิราเส—”

 

แต่แล้วผมก็เข้าใจเหตุผลที่คุณซิราเสะบอกว่าเธอกำลังจะกลับบ้าน

 

เธอเอามือปิดปากของเธอ กล่าวอีกนัยหนึ่ง เธอกังวลเกี่ยวกับกลิ่นของกระเทียมที่เธอเพิ่งกินเข้าไป

“…มีกลิ่นน่ะ”

 

ผมก็หันหลังและขอโทษ โดยคุณซิราเสะก็กระซิบว่า “ไม่เป็นไร”

 

“งั้น ผมคงต้องกลับบ้านแล้วละครับ”

 

“อืม..”

 

พวกเราเริ่มเดินเคียงข้างกัน แต่ระยะห่างระหว่างพวกเรากว้างกว่าปกติครึ่งก้าว

 

“… ฉันไม่รู้ว่ามันจะมีกลิ่นมากขนาดนี้”

 

คุณซิราเสะบ่นด้วยเสียงเล็ก ๆ ราวกับว่าเธอเสียใจ

 

เมื่อได้ยินอย่างนั้น ผมก็แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเธอ แต่ภายในรู้สึกถึงช่องว่างระหว่างเธอกับตัวตนปกติของเธอ ผมก็คิดว่าเธอก็ยังน่ารักอยู่ดี

 

“เจอกันครับ ซิราเสะซัง”

 

“อืม เจอกันนะ”

 

คุณซิราเสะพูดเบามาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้ยินจากนั้นผมก็แยกทางกับเธอและกลับบ้าน

 

______________________

 

ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ

I Know That After School The saint is More Than Just Noble

I Know That After School The saint is More Than Just Noble

Score 10
Status: Completed
คุรากิ ยามาโตะ นักเรียนมัธยมตอนปลาย ระหว่างทางกลับบ้านจากร้านสะดวกซื้อ เมื่อเขาได้พบกับชิราเสะ เซย์ลา สาวสวยจากชั้นเรียนของเขาซึ่งเป็นที่รู้จักในนามเซนต์ เธอชวนเขาไปใช้เวลากับเธอในย่านใจกลางเมืองตอนกลางดึก และวันนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างทั้งสอง ทั้งสองเล่นปาเป้าด้วยกัน ให้ยืมแผ่นซีดี และไปกินร้านราเม็งด้วยกัน ชีวิตประจำวันที่น่าเบื่อของยามาโตะมีสีสันมากขึ้นเมื่อเขาเข้าไปพัวพันกับเซย์ล่า ซึ่งบางครั้งก็ทำให้เขานิสัยเสียและมีด้านที่ขี้เล่น “ฉันดีใจมากที่ยามาโตะมากับฉันในเวลานั้น” นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอันแสนหวานอันล้ำค่าของวัยรุ่นของผมและความรักที่ใช้เวลากับเธอ

Recommended Series

Options

not work with dark mode
Reset