วาสนาบันดาลรัก 268 เข้าใจผิด

ตอนที่ 268 เข้าใจผิด

“ผู้ใดไร้ตาเช่นนี้?” คุณชายสามเพิ่งกลับมาจากเรือนนางเถียน ครั้นเห็นสีหน้าซูบซีดยามเจ็บไข้ของนางแล้วก็พาลคิดถึงการกระทำอันเลอะเลือนของบิดา แต่เขาเป็นบุตรมิอาจพูดสิ่งใดได้ เดิมก็มิใคร่อารมณ์ดีนักเมื่อเดินชนกับคนผู้หนึ่งเข้าโทสะจึงระเบิดออกมา

 

 

แต่เมื่อเขาหันไปมองว่าเป็นผู้ใด ร่างทั้งร่างก็พลันแข็งค้างขึ้นมา

 

 

สตรีผู้นั้นสวมเสื้อเอ่าเข้าชุดกับกระโปรงหม่าเมี่ยนสีเขียวเรียบง่ายอย่างที่สุด มีเพียงต่างหูไข่มุกชมพูเม็ดเล็กที่แกว่งกระทบเข้ากับข้างแก้มอันขาวผ่องดุจหยกงามอย่างซุกซน ทำให้ความงามดุจธิดาสวรรค์ของคนตรงหน้าดูคล้ายภาพฝันก็มิปาน

 

 

เวลานี้ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พระอาทิตย์คล้อยต่ำมีเพียงลำแสงสีแดงสายหนึ่งที่ยังทาบทับท้องฟ้าไว้ครึ่งหนึ่งคล้ายอาลัยอาวรณ์ยิ่งทำให้ท้องฟ้าในยามเหมันต์นี้มีแสงสว่างอันขมุกขมัวเหลืออยู่บ้าง

 

 

อาภรณ์เขียวผมดำขลับ ผิวขาวราวหิมะ เมื่อมาอยู่ท่ามกลางอาทิตย์อัสดงนี้แล้วก็คล้ายมีแสงเรืองรองรายล้อมอยู่รอบตัวก็มิปาน

 

 

คุณชายสามรู้สึกดั่งตนฝันไป เขาอ้าปากเอ่ยถามขึ้นประโยคหนึ่ง “เจ้า เจ้าเป็นคนหรือปีศาจ?”

 

 

หลังจากสบตากันในเวลาอันสั้นนั้นแล้ว สตรีชุดเขียวก็ไม่มองคุณชายสามอีก นางเพียงก้มหน้าวิ่งตรงไปข้างหน้า

 

 

คุณชายสามชมชอบศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เล็ก มือเท้าย่อมว่องไว แต่เวลานี้เขาจึงเผลอยื่นมือออกไปคว้าข้อมือขาวผ่องของสตรีผู้นั้นไว้ แล้วถามซ้ำอีกครั้ง “เจ้าเป็นคนหรือปีศาจ?”

 

 

สตรีชุดเขียวมองคุณชายสาม ขอบตาที่แดงก่ำแต่เดิมนั้นยิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีก หากขนตาอันงอนยาวนั้นกะพริบลงเมื่อใด หยาดน้ำตาใสคงร่วงตกลงมาเป็นแน่ แต่มันกลับดึงดูดสายตาได้มากกว่าไข่มุกสีชมพูที่ซุกซนนั้นเสียอีก

 

 

คุณชายสามจ้องมองหยาดน้ำตาใสนั้นนิ่งคล้ายคนถูกกระแสไฟพุ่งเข้าโจมตีก็มิปาน

 

 

ในขณะที่เขากำลังอึ้งงันอยู่นั้น สตรีชุดเขียวก็สะบัดมือเขาออกแล้ววิ่งหนีไปแสนไกล

 

 

กระทั่งไม่เห็นแม้แต่เงาคนเหลือเพียงแต่กลิ่นหอมและอากาศหนาวเย็นลอยวนอยู่รอบกาย คุณชายสามจึงตื่นจากภวังค์ เขารีบวิ่งตามไปแต่กลับไม่พบแม้เพียงร่องรอย

 

 

ไม่ทราบด้วยเหตุใดคุณชายสามมิเคยสนใจเรื่องระหว่างบุรุษสตรี กระทั่งสาวใช้ทงฝังก็ไม่มีแม้เพียงสักคนกลับรู้สึกใจคอโหวงเหวงขึ้นมาเป็นครั้งแรก เขาเดินกลับไปที่ที่คนทั้งสองเดินชนกัน

 

 

คุณชายสามยืนนิ่งอยู่ที่นั่นเป็นนาน ท้องฟ้ากำลังจะมืดสนิทลงแล้ว ลมหนาวลอดมุดเข้าไปในคอเสื้อ แม้นจะสวมเสื้อผ้าหนาแต่ก็ยังรู้สึกทนไม่ไหว

 

 

“นางเป็นคนหรือปีศาจกันแน่?” คุณชายสามพึมพำกับตนเอง “จักต้องเป็นปีศาจแปลงตัวมาแน่ มิเช่นนั้นจะงดงามถึงเพียงนี้ได้อย่างไร”

 

 

คุณชายสามยกเท้าเตรียมจากไปแต่สายตากลับเหลือบไปเห็นวัตถุสีขาวที่ขยับไปมาอยู่บนพื้นจึงอดก้มลงเก็บมันขึ้นมามิได้ เพราะแสงจันทราช่างกระจ่างนักทำให้มองเห็นว่ามันเป็นผ้าเช็ดหน้าทรงสี่เหลี่ยมขาวสะอาดผืนหนึ่ง ตรงมุมผ้าปักลายดอกเหมยไว้ครึ่งดอก

 

 

คุณชายสามสูดดมมันคล้ายต้องมนต์ก็มิปาน แล้วพับมันอย่างดียัดเก็บไว้ในอกเสื้อจึงเดินกลับเรือนตนไป

 

 

ผ่านไปอีกหลายวันก็ยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด คุณชายรองซึ่งเป็นพี่ชายฝาแฝดย่อมต้องสัมผัสได้เป็นธรรมดา เขาจึงหาโอกาสเหมาะๆ เอ่ยปากถาม “น้องสาม หลายวันมานี่เจ้าเป็นอันใดหรือ?”

 

 

คุณชายสามมีอุปนิสัยตรงไปตรงมามาตั้งแต่เยาว์วัย ไม่มีเรื่องใดที่เขาจะปิดบังพี่ชายฝาแฝดผู้นี้เลย แต่เมื่อได้ยินพี่ชายเอ่ยถามเขาก็ลังเลครู่หนึ่งแล้วลองหยั่งเชิงไปว่า “พี่รอง ท่านเชื่อว่าโลกนี้มีปีศาจหรือไม่?”

 

 

คุณชายรองเลิกคิ้วขึ้น “น้องสาม แม้นขงจื่อยังไม่พูดเรื่องภูตผี แล้วเจ้าคิดเหลวไหลอันใดอยู่หรือ?”

 

 

พี่น้องที่เติบโตด้วยกันมาย่อมมิจำเป็นต้องปิดบังอันใด เมื่อคุณชายสามได้ยินคุณชายรองเอ่ยเช่นนั้นก็พลันร้อนใจขึ้นมา “พี่รอง ข้าเห็นจริงๆ นะ!”

 

 

คุณชายรองเห็นท่าทีร้อนใจที่เขาไม่เชื่อถือของคุณชายรองก็อดถอนหายใจออกมามิได้ “น้องสาม เจ้าเล่ามาทีว่าปีศาจนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร?”

 

 

เมื่อถูกถามเช่นนี้คุณชายสามกลับชะงักไป ไม่ทราบเหตุเขาจึงไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ว่านางมีหน้าตาเช่นไร

 

 

ครั้นเห็นคุณชายสามไม่พูด คุณชายรองก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “น้องสาม ข้าคิดว่าเจ้าคงว่างเกินไปจึงได้คิดฟุ้งซ่าน ระยะนี้ท่านแม่ล้มป่วยอยู่ หากเจ้าไม่มีเรื่องใดก็ไปเยี่ยมพูดคุยกับท่านแม่บ้างจะดีกว่า”

 

 

คุณชายสามเอ่ยอย่างไม่อ่อนข้อว่า “ระยะนี้ข้าไปเยี่ยมท่านแม่ทุกวัน ท่านต่างหากที่ไม่เคยเห็นแม้เพียงเงา”

 

 

ตั้งแต่ที่เขาชนเข้ากับสตรีผู้นั้นเพราะกลับมาจากเยี่ยมนางเถียนก็ไปเยี่ยมมารดาทุกวัน เขาอยากไปเยี่ยมมารดาจริงๆ แต่ก็อยากพบนางอีกสักครั้งด้วยเช่นกันทำให้มีความกระตือรือร้นเพิ่มขึ้นมาอีกสักหน่อย แม้แต่นางเถียนที่อารมณ์ไม่ค่อยจะดีนักมาตลอดเห็นบุตรชายกตัญญูเช่นนี้ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย

 

 

คุณชายรองถูกคุณชายสามตอกหน้ากลับมาเช่นนั้น แต่แม้นเขาไปจะเยี่ยมนางเถียนทุกเช้าเย็นก็ไม่มีทางเทียบได้กับน้องสามที่ไปเฝ้าอยู่ที่นั่นอยู่ครึ่งค่อนวันเป็นแน่

 

 

“พี่รอง ข้ายังมิได้ถามท่านเลย หลายวันมานี่ท่านยุ่งอันใดหรือ?”

 

 

“ก็แค่นัดพบพูดคุยกับสหายนักกวีทั้งหลายเท่านั้นเอง” คุณชายรองมิคิดพูดอันใดมาก เพียงตอบอย่างขอไปทีเท่านั้น

 

 

คุณชายสามก็มิได้สนใจไต่ถามอันใดต่อไปอีก

 

 

แม้นเขากับพี่รองจะผูกพันกันอย่างลึกซึ้งแต่อุปนิสัยนั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขามีสหายกลุ่มเดียวกันก็จริงแต่ก็มีสหายอีกกลุ่มของตนด้วยเช่นกัน

 

 

ยากนักที่สองพี่น้องจะได้มีโอกาสพูดคุยกันเช่นนี้ คุณชายสามเพียงรู้สึกว่าสองสามวันมานี่ตนมีบางอย่างที่แปลกไปคล้ายไม่เป็นตัวของตัวเองจึงอดถามพี่ชายมิได้ว่า “พี่รอง ท่านมีสตรีในดวงใจหรือไม่?”

 

 

ครานี้คุณชายรองจึงเริ่มสนใจขึ้นมาทันที เขาเลิกคิ้วขึ้นเอ่ยถามคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “น้องสาม หรือเจ้ากำลังมีความรัก? บอกพี่รองมา เจ้าชมชอบคุณหนูตระกูลใด?”

 

 

คุณชายสามรู้สึกเขินอายขึ้นมาเล็กน้อย “พี่รอง ข้าถามท่านอยู่ เหตุใดท่านจึงมาถามข้าแทนเล่า”

 

 

คุณชายรองหัวเราะหึๆ “ข้ามีสตรีในดวงใจที่ใดกันเล่า ออกจวนไปก็พบแต่บุรุษ ในจวนก็มีแต่ญาติพี่น้องทั้งสิ้น”

 

 

สายตาคุณชายสามเป็นประกายขึ้นมาทันที

 

 

ญาติหรือ?

 

 

หากสตรีผู้นั้นมิใช่ปีศาจ นางก็อาจจะอยู่ในจวนแห่งนี้?

 

 

คุณชายสามอุปนิสัยตรงไปตรงมา ยามนี้ในหัวกลับกระจ่างแจ้งขึ้นมาทันที

 

 

สตรีผู้นั้นสวมอาภรณ์เรียบง่ายธรรมดายิ่ง อายุมิได้มากอันใด เป็นไปได้อย่างยิ่งว่าจะเป็นสาวใช้ของเรือนใดเรือนหนึ่งในจวน!

 

 

ควรต้องทราบว่าคุณชายเช่นพวกเขาหากอายุครบสิบปีก็ต้องย้ายมาพักอยู่เพียงลำพังที่เรือนหน้า นอกจากต้องไปเยี่ยมคารวะท่านย่าและมารดาแล้วก็น้อยนักที่จะไปเรือนหลัง การที่เขาไม่รู้จักสาวใช้ในเรือนก็เป็นเรื่องธรรมดายิ่ง

 

 

ครั้นคิดได้เช่นนี้หัวใจของคุณชายสามก็ลอยละลิ่วขึ้นมาทันที เขาลูบหน้าอกตนในตำแหน่งที่เก็บผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นไว้แล้วผลิยิ้มโง่งมออกมา

 

 

“น้องสาม…” คุณชายรองยื่นมือไปสะกิดคุณชายสาม “เสียสติไปแล้วหรือ?”

 

 

“แหะๆๆ” คุณชายสามยิ้มแห้งๆ ออกมา แม้นคุณชายรองจะเอ่ยถามอันใดเขาก็มิพูดตอบอีก

 

 

เมื่อนางเถียนเริ่มมีอาการดีขึ้น คุณชายสามที่คอยดูแลรินน้ำชาให้นางเถียนก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหวอีกต่อไป “ท่านแม่ ลูก ลูกอยากจะ…”

 

 

“อยากทำอันใดหรือ?” นางเถียนมีบุตรชายสามคนบุตรสาวอีกหนึ่ง เดิมก็มิได้รักใคร่บุตรชายคนที่สามเท่าใดนักอยู่แล้ว พูดกันตามตรงแล้วนางย่อมต้องให้ความสำคัญกับบุตรชายคนโตที่สุด หากจะเอ็นดูก็คงไม่พ้นบุตรชายคนเล็กที่อายุไม่ถึงหกปีผู้นั้น และที่นางรักถนอมที่สุดก็คือหลัวจือหยาบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางเอง บุตรคนที่สามซึ่งแทรกอยู่ระหว่างกลางมิได้รับความรักที่มากเป็นพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่พบเห็นอยู่ทั่วไป

 

 

เพียงแต่ระยะหลังมานี่หากนับดูแล้วคุณชายสามเป็นคนที่มาหานางบ่อยที่สุด ดูแลนางไม่ขาดตกบกพร่องที่สุด หัวใจของผู้เป็นมารดาจึงเริ่มเอนเอียงมาหาเขาอย่างช้าๆ ครั้นเห็นบุตรชายพูดจาอึกอักก็มิได้แสดงท่าทีรำคาญแต่กลับเผยรอยยิ้มที่ยากนักจะพบเห็นในหลายวันมานี่

 

 

คุณชายสามเองก็รับรู้ได้ว่ามารดาอารมณ์ดีไม่น้อย แม้นจะเขินอายยิ่งแต่หลังจากที่ได้ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมยครึ่งดอกนั้นมาครอบครอง ทุกคราที่หยิบขึ้นมาสูดดมภาพของสตรีชุดเขียวนั้นก็ประทับลงในหัวใจเขามากขึ้นทุกขณะ กระทั่งนอนไม่หลับอยู่ทุกค่ำคืนโดยไม่รู้ตัว

 

 

ถึงเวลานี้แล้ว ความเขินอายเหล่านั้นมีหรือจะสู้ความปรารถนาในใจตนได้ คุณชายสามจึงแข็งใจเอ่ยไปว่า “ท่านแม่ ลูกอยากได้คนมาอยู่ในเรือนเพิ่ม…”

 

 

นางเถียนอึ้งงันไป รอยยิ้มบนใบหน้าเลือนหายทันที

 

 

ในปีที่พวกเขาอายุครบสิบสี่ นางก็ได้จัดแจงเลือกสาวใช้ทงฝังให้บุตรชายทั้งสองไว้คนหนึ่ง บุตรชายคนรองรับไว้โดยมิเอ่ยปฏิเสธใดๆ แต่บุตรชายคนที่สามกลับไม่ต้องการ บอกว่ายุ่งยากเปล่าๆ

 

 

คุณชายที่เกิดในตระกูลสูงศักดิ์เช่นพวกเขานั้นมิอาจแต่งอนุได้ แต่จะจัดสรรสาวใช้ทงฝังที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีให้ไว้หนึ่งคน เพราะกลัวว่าคุณชายทั้งหลายมิเคยลิ้มลองแล้วจะทนสิ่งยั่วยุเหล่านี้ไม่ไหวจนไปเรียนรู้สิ่งผิดๆ มาจากข้างนอก

 

 

แต่หากบุตรชายยังมิพร้อมผู้เป็นมารดาก็ย่อมมิบังคับฝืนใจ อย่างไรเสียการที่บุรุษเอาใจไปทุ่มเทกับเรื่องพวกนี้เร็วเกินไปก็มิใช่เรื่องดีนัก

 

 

แต่คิดไม่ถึงว่าวันนี้บุตรชายจะเอ่ยกับนางด้วยตนเอง

 

 

นางรู้สึกกังวลใจอยู่บ้างเพราะเกรงว่าบุตรชายจะเอาใจไปมอบให้แก่สาวใช้ทงฝังชั้นต่ำจริงๆ

 

 

อย่างไรเสียการคัดเลือกสาวใช้ทงฝังให้บุตรกับการที่บุตรชมชอบและเลือกสรรด้วยตนเองนั้นย่อมเป็นคนละเรื่องกัน

 

 

เรื่องนี้เป็นสิ่งที่นางเถียนทนไม่ได้

 

 

แม้นยามนี้ท่านพี่จะถูกนางปีศาจจิ้งจอกนั้นทำให้ลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำแต่สมัยที่ยังหนุ่มแน่นกลับประพฤติตนในกฎระเบียบทุกอย่าง

 

 

 แต่นางเถียนก็เริ่มเข้าใจเรื่องนี้ขึ้นมาอยู่บ้าง ตอนนั้นพวกเขาสองสามีภรรยามีความปรารถนาบางอย่างร่วมกัน ท่านพี่ย่อมต้องสำรวมกิริยา แต่ยามนี้ต้าหลังกลับมีตำแหน่งใหญ่โตเป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตไกล ความหวังในแผนการทุกอย่างที่พวกเขาวางไว้ก็ค่อยๆ มอดดับลง ท่านพี่จึงได้เอาจิตใจทุกอย่างไปวางไว้กับอิสตรีงาม

 

 

แต่บุตรชายของนางกำลังเติบโตอย่างสง่างาม นางจะไม่ยอมให้เขาทำตัวเหลวไหลเด็ดขาด

 

 

“เจ้าถูกใจคนใดเล่า?” นางเถียนเอ่ยถามอย่างไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

 

 

ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ต้องเผชิญกับเรื่องที่ตนปรารถนามากที่สุดก็ย่อมต้องรู้จักสังเกตไปโดยปริยาย แม้แต่คุณชายสามเองก็รับรู้ได้ว่านางเถียนมิใคร่พอใจนัก จึงพลิกลิ้นกลืนวาจาที่เดิมคิดพูดออกไปลงคอทันที “ท่านแม่ ลูกมิได้ถูกใจผู้ใดแต่ลูกอายุสิบเจ็ดแล้ว สหายทุกคนต่างก็มีเช่นเดียวกัน ยามพูดคุยเล่นกันลูกกลับมิอาจร่วมสนทนาด้วยได้ทั้งยังถูกหัวเราะเยาะอีก”

 

 

นางเถียนพลันอึ้งไป

 

 

เป็นนางเองที่ละเลย เวลาล่วงมาถึงสามปี จากเด็กหนุ่มก็กลายเป็นหนุ่มน้อยเสียแล้ว เขาย่อมต้องรู้สึกใคร่รู้เรื่องระหว่างชายหญิงเป็นธรรมดา

 

 

ครั้นเห็นทราบว่าบุตรชายมิได้ถูกตัวอัปรีย์คนใดทำให้ลุ่มหลง นางเถียนก็ผ่อนคลายลง นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ประเดี๋ยวแม่จะเลือกที่ดีๆ สักคนให้เจ้า แต่ขออย่างเดียว อย่าทำให้เสียการเรียนเด็ดขาด”

 

 

“ท่านแม่ ท่านพูดอันใดกัน!” คุณชายสามหน้าแดงขึ้นมา ตามด้วยรอยยิ้ม “ลูกเชื่อในสายตาของท่านแม่ว่าท่านจักต้องเลือกคนที่งามที่สุดให้กับลูก”

 

 

นางเถียนยกนิ้วขึ้นจิ้มหน้าผากคุณชายสาม “เจ้านี่เอาใหญ่แล้วนะ!”

 

 

“ท่านแม่ ลูกจะมิเอาก็ได้ แต่หากจะเอาต้องเอาที่สวยที่สุดในจวนขอรับ ต่อไปหากพวกเขาหัวเราะเยาะอีก ลูกก็จะได้โต้ตอบกลับทันที ท่านคงไม่ทราบ…มีครั้งหนึ่งเราไปฟังดนตรีที่โรงน้ำชา มีแม่นางน้อยผู้หนึ่งขึ้นมาเล่นพิณ สหายผู้หนึ่งมองอย่างตกตะลึงกระทั่งชาหกรดตนก็มิรู้ตัวจนถูกล้อเรื่องนี้อยู่นานเลยทีเดียว”

 

 

ความจริงนี้เป็นเรื่องที่คุณชายสามหลอกนางเถียน ผู้ที่ไปฟังดนตรีที่โรงน้ำชานั้นคือพี่รองมิใช่เขา เขาแค่ฟังพี่รองเล่าถึงสหายผู้นี้ด้วยความขบขันจึงนำมาเล่าให้นางเถียนฟังเท่านั้น

 

 

“เอาล่ะ สวยที่สุดอันใดกัน อายุยังน้อยแท้ๆ อย่าได้ไปเรียนอันใดผิดๆ มา ประเดี๋ยวแม่จะช่วยดูให้ก็แล้วกัน”

 

 

คุณชายสามได้ยินเช่นนี้ก็ทราบทันทีว่านางเถียนรับปากตนแล้ว

 

 

กระทั่งคุณชายสามจากไป นางเถียนมานั่งคิดดูแล้วก็ถึงกับปวดศีรษะ

 

 

สาวใช้ที่รูปโฉมงดงามที่สุดในจวน มิใช่อาหลวนสาวใช้ข้างกายนางเจินผู้นั้นหรอกหรือ?

วาสนาบันดาลรัก

วาสนาบันดาลรัก

Score 10
Status: Completed

ตอนที่ 1 – 199.2 อ่านนิยาย

(อ่านตอนต่อไปด้านล่าง)


ด้วยเพราะอุบัติเหตุในงานเลี้ยงสวนดอกหลี เป็นเหตุให้เจินเมี่ยว คุณหนูสี่จวนเจี้ยนอานปั๋วถูกบังคับให้แต่งงานกับหลัวเทียนเฉิง ซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงเพื่อลบคำครหา ทว่าใครเล่าจะรู้ว่าสวรรค์กลับเล่นตลก นำพาให้คนสองคนจากแต่ละห้วงเวลามาพบกันในเหตุการณ์นั้นเอง  คนหนึ่งคือหญิงสาวจากยุคปัจจุบันที่ย้อนเวลามาสวมร่างผู้อื่น จำต้องแบกรับชื่อเสียฉาวโฉ่และกรรมที่เจ้าของร่างเดิมทิ้งไว้ให้  ส่วนอีกคนคือชายหนุ่มผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างเดิมเพื่อล้างความอัปยศที่เคยได้รับในอดีตชาติ   กาลก่อนโชคชะตาเคยผูกด้ายแดงให้ทั้งสองได้ครองคู่ แต่เพราะ ‘นาง’ ทำตัวประดุจดอกซิ่งยื่นออกนอกกำแพง เป็นเหตุให้เขาต้องมอดม้วยไปพร้อมกับความอดสู   กาลนี้วาสนาบันดาลให้นางและเขามาบรรจบกันอีกครา เขาจึงคิดจะอาศัยบทเรียนในอดีตตัดไฟเสียแต่ต้นลม ทว่าเขาจะทำเช่นไร เมื่อพบว่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดกลับเปลี่ยนแปลงไป รวมถึง ‘นาง’ ผู้นั้นด้วย!

Options

not work with dark mode
Reset