Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี 297

ตอนที่ 297

บทที่ 297 – ความสำเร็จ (7)

(ขอแก้ในเนื้อหาก่อนหน้านี้เรื่องพระเจ้ากับเทพเจ้านะครับ คือว่าต่อจากนี้เหล่าผู้นำกองกำลังจะเปลื่ยนเป็นเรียกว่าเทพ ส่วนผู้นำของกองทัพสวรรค์จะถูกเรียกเป็นพระเจ้านะครับ)

 

“เป็นโลกที่น่าทึ่งแหะ”
[ฮ่าฮ่าฮ่า! นี่แหละโลกที่น่าทึ่ง!]

ตัวแทนของกองทัพปีศาจวิบัติได้หัวเราะออกมาอย่างเต็มที่เมื่อได้ยินคำพูดแรกที่ยูอิลฮานได้เข้ามาในเอลโลคาทร่า แน่นอนว่าก็มีสมาชิกของกองทัพปีศาจวิบัติที่ไม่อาจจะห้ามสัญชาตญาณตัวเองได้และเข้ามาโจมตียูอิลฮาน แต่ว่าพวกนั้นก็ถูกยูอิลฮานจัดการไปในทันทีก่อนที่จะถูกเก็บไปอยู่ในช่องเก็บของของเขา

“ฉันคิดว่าอีกเดี๋ยวช่องเก็บของฉันก็จะเต็มแล้วเพราะงั้นห้ามตัวเองไว้หน่อยนะ”
[โอเค! โอเค!]

ดูเหมือนว่าผู้ปกครองกองทัพปีศาจวิบัติมีอิทธิพลค่อนข้างจะมาก แค่การที่ยูอิลฮานได้ถูกเชิญมาที่นี่ได้พูดออกมาแบบนี้ก็ทำให้เหล่าผู้ล่าที่อยู่ในชั้นบนๆได้คุ้มกันไม่ให้มีใครมาโจมตีอีก คนอื่นๆทั้งหมดทำได้แค่ส่งเสียงบ่นวุ่นวายออกมา

[นายมันล่อลวงท่านหญิงเฮเรียน่าไป บอกฉันมาสิว่านายทำได้ยังไงกัน!]
[ท่านหญิงเฮเรียน่า! ฉันก็อยากจะได้เชยชมความงามของเธอเหมือนกัน]

ยูอิลฮานเคยคิดว่าคนที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้จะต้องมีความฉลาด แต่หลังจากได้เห็นแบบนี้ดูเหมือนว่าความจริงจะไม่ใช่แบบนั้น

บางทีความแกร่งอาจจะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดก็ได้สินะ! ยิ่งเขาคิดก็ยิ่งทำให้ยูอิลฮานเชื่อแบบนี้มาขึ้นทำให้เขาหยุดที่จะคิดถึงมัน

[กว่าจะไปถึงปราสาทยังจะต้องใช้เวลาอีกซักพัก]
[ฉันอยากจะเห็นท่านหญิงเฮเรียน่า]
[การที่นายท่านจะต้องการเจอสิ่งมีชีวิตอื่นนี่มันหาได้ยากมากๆ]
[แม้กระทั่งซาตานเขายังไม่สนใจเลย]
[แล้วนายเป็นอะไรกัน?]
“ใครจะไปรู้ล่ะ”

ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆเอลโลคาทราโดยไม่สนใจเสียงตะโกนข้างๆ ทั้งท้องฟ้าและผืนดินต่างก็มีสีดำสนิท ในระยะห่างที่ไกลออกเป็นก็มีแม็กม่าเดือดละอุอยู่เต็มไปหมดและภายในอากาศก็เต็มไปด้วยพิษร้าย มันไม่มีทางเลยที่สิ่งมีชีวิตปกติจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่แห่งนี้ได้

“บางทีโลกของฉันอาจจะกลายมาเป็นแบบนี้ในสักวัน”
[ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลย]

ยูมิลดูจะไม่ชอบที่นี้มาก ยูอิลฮานก็เห็นด้วยกับยูมิล

“ใช่แล้ว พ่อก็ไม่อยากจะให้โลกเราเป็นแบบนี้มเหนือนกัน สภาพแวดล้อมแบบนี้มันไม่เหมาะกับคนอื่นๆเลย”
[อีกเดี๋ยวเราจะไปถึงแล้ว]

ปราสาทขนาดยักษ์ที่ไม่มีใครมองเห็นมาตลอดได้เผยตัวออกมา ถึงแม้ว่ายูอิลฮานจะมองผ่านการซ่อนตัวของมันออกนานแล้วก็ตาม ออร่าพลังทำลายได้กระจายออกมาจากศูนย์กลางที่แห่งนี้จนทุกๆคนสัมผัสได้ แม้กระทั่งยูอิลฮานที่ได้ปลุกพลังกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ครู่หนึ่ง

“หืมม หัวหน้าของพวกนี้อยู่ในระดับที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง ฉันคิดว่าเขาแกร่งกว่ามิคาเอลซะอีก”
[แต่ทูตสวรรค์นั่นก็อ่อนแอกวาพ่อ]
“ที่พ่อเหนือกว่ามิคาเอลนั่นมันก็เพราะความเชี่ยวชาญในด้านธาตุไฟน่ะ มิล”

ยิ่งยูอิลฮานเข้าไปใกล้ปราสาท เขาก็ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงกดดันที่หนักหน่วง แต่แทนที่ยูอิลฮานจะป้องกันแรงกดดันพวกนี้ เขากลับตั้งสมาธิไปกับการใช้สกิลสวนกลับแทน เมื่อเขาได้ทำแบบนี้ทำให้เขาได้รับบางอย่างที่คาดไม่ถึงออกมา

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 42]
[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 43]

“ฟู่วว ดูเหมือนแบบนี้จะทำให้สกิลเพิ่มเลเวลขึ้นรัวๆเลยแหะ ถ้าเป็นแบบนี้ฉันก็อยากจะมีแรงกดดันแบบนี้ในบ้านเหมือนกันนะ”
[เป็นเทพที่ชั่วร้ายจริงๆ…]

อิชจาร์รู้แล้วว่าทำไมยูอิลฮานถึงได้แข็งแกร่งแบบนี้ ไม่เคยมีใครบอกว่าอยากจะให้มีแรงกดดันของหัวหน้ากองทัพปีศาจวิบัติอยู่ในบ้านตัวเองมาก่อน

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 45]

“หืม? ฉันคิดว่าที่นี่มีอะไรวักอย่างปะปนอยู่ด้วยแหะ… โอ้”
[กรรรรรร!]

ในที่สุดยูอิลฮานก็รู้สึกตัวว่ามีใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าปราสาทอยู่ ยูอิลฮานได้นึกย้อนไปว่าเขาเคยเจอคนๆนี้ที่ไหนมาก่อนและนึกออกว่านี่คือหนึ่งในสองของผู้บัญชาการกองพันที่ได้ไปหายูอิลฮานเพื่อต้องการแก้นค้นให้เฮเรียน่า

[แก… กล้าที่จะมาที่นี่ทั้งๆที่ทำเรื่องทั้งหมดนั่นไป]
“ขอโทษนะ แต่ว่านายเป็นใครนะ?”

ยูอิลฮานได้ถามออกไปด้วยความสงสัยจริงๆ แต่ว่านี่มันมากพอที่จะทำให้คนฟังต้องโมโหขึ้นมา

[ฉันฮิวลูทูน ผู้บัญชาการกองพันที่ 2 แห่งกองทัพปีศาจวิบัติ! แกได้ขโมยเฮเรียน่าของฉันไป!]
“ของนายอะไรนะ?”

เขาไม่อาจจะตอบอะไรกลับไปได้ ตัวเขาก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับเฮเรียน่าเลยสักนิด

[แก! ฉันจะฆ่าแกให้ได้เลย! กรอดดดดด!]
“เฮเรียน่าของนายอะรกัน! ทำไมอยู่ๆนายถึงหยุดพูดเรื่องนี้ไปซะล่ะ!”
[กรรรรรรรรรร!]

เพราะแบบนี้เองฮิวลูทูนได้คลั่งออกมาเพราะนี่จะเป็นวิธีเปลื่ยนเรื่องที่ดีที่สุดแล้ว เขาได้เลือกพุ่งเข้าใส่ยูอิลฮาน! ยูอิลฮานก็รู้ดีว่าเรื่องนี้จะต้องเกิดขึ้นแน่นอน

เขาคนนี้คือชายที่น่าสงสาร เขาเป็นคนที่อยู่ในความรักที่ไม่มีวันสมหวังตั้งแตกแรกเลย

“ฉันจะทำอะไรได้ล่ะในเมื่อเธอบอกว่าเธอชอบฉัน ทำไมนายไม่ยอมแพ้แค่นี้ซะล่ะ?”

ยูอิลฮานได้ยั่วฮิวลูทูนด้วยใบหน้าที่น่าสงสาร เขาคือหมายเลขหนึ่งในเรื่องการแสดงสีหน้าขัดแย้งกับสิ่งที่กำลังพูดออกมา

[ก๊าซซซซซซ!]

บางทีหากยูอิลฮานได้เจอเข้ากับฮิวลูทูนข้างนอกอาจจะต่างออกไป แต่ว่าที่นี่คือเอลโลคาทร่า ฐานทัพหลักของกองทัพปีศาจวิบัติและตอนนี้ก็อยู่หน้าปราสาทที่หัวหน้าของกองกำลังอาศัยอยู่ เพราะแบบนี้ทำให้พลังของฮิวลูทูนถูกเพิ่มมากขึ้นในที่แห่งนี้ นี่คือข้อได้เปรียบของอาณาเขต

“ฟู่”

แต่ถึงแบบนั้นยูอิลฮานก็ไม่ได้คิดซักนิดเดียวว่าเขาจะแพ้

ผู้นำของกองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูง เป็นคนที่ได้เดินไปในเส้นทางของตัวเองที่ต่างไปจากผู้อื่น พวกเขาอยู่ในเส้นทางที่ต่างไปจากเหล่าคนที่เลือกจะเดินตามเส้นทางของคนอื่น

“ฉันฆ่าหมอนี่ได้ใช่ไหม?”
[คิกคิก กองทัพปีศาจวิบัติไม่ถามคำถามแบบนี้กันหรอกนะ!]
“หืมม จริงสินะ พวกนายคงจะทำอะไรแบบนี้กันบ่อยๆสินะ ฉันก็แค่ถามเผื่อเอาไว้น่ะ!”

พลังเวทย์มืดได้ล้อมรอบตัวของฮิวลูทูนแล้ว นี่มันต่างไปจากมานาเพลิงของมิคาเอล นี่คือพลังเวทย์คำสาปที่สร้างขึ้นมาจากความต้องการฆ่าและความเกลียดชัง มานานี่ได้พุ่งออกมาอย่างรวดเร็วโดยที่เล็งมาที่คอของยูอิลฮานกับยูมิล

ยูมิลได้พยายามจะคำรามแผ่มานาออกไปป้องกัน แต่ว่าแค่การโจมตีของยูมิลไม่อาจจะหยุดมานานี้ได้เนื่องจากยูมิลยังอยู่ที่คลาส 6 อยู่เลย แต่แน่นอนว่านั่นคือการที่ยูอิลฮานไม่ได้เข้าร่วมด้วย

“มิลตอนนี้แหละ”
[กรรรรรรร!]

ในอดีตตอนที่ยูอิลฮานเป็นคนขี่มังกรยูมิลอยู่ เมื่อพวกเขาสู้ร่วมกันความสามารถของพวกเขาจะเพิ่มขึ้น 30% แน่นอนว่านั่นมันก็น่าทึ่งมากแล้ว แต่ว่าหากเป็นการ ‘ประสาน’ ที่แท้จริงแล้วมันจะยิ่งกว่านั้น

ในตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว กองกำลังสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีชื่อว่าดราก้อนเนสได้กำเนิดขึ้นมาแล้ว และในระหว่างการกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง ทั้งสองคนได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกันลึกซึ้งยิ่งกว่าแต่ก่อนทำให้ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนสามารถจะแบ่งมานาของกันและกันรวมไปถึงใช้สกิลของกันและกันได้ เพราะแบบนั้น

[กรรรรรรรรรรร!]

การคำรามของยูมิลจึงได้รับการสนับสนุนจากพลังเวทย์จำนวนมหาศาลของยูอิลฮานที่มีค่าสเตตัสพลังเวทย์อยู่ที่ 1,500 กว่าๆ!

[ติดคริติคอล!]
[อ๊ากกกก!]

แค่เพียงเสียงคำรามเดียวนี้ก็ทำให้สภาพแวดล้อมรอบๆทั้งหมดหายไปราวกับถูกกวาดล้างออกไป และฮิวลูทูนก็เลือดพุ่งออกมาจากทั่วทั้งร่าง

แม้กระทั่งมังกรแห่งความสิ้นหวังอิชจาร์ตอนที่มีชีวิตอยู่ก็ยังไม่อาจจะดึงพลังทำลายล้างแบบนี้ออกมาได้เลย

[อะ อั๊ก แก….]
[หยุดแค่นั้นแหละฮิวลูทูน]

น้ำเสียงของคนวัยกลางคนได้ดังออกมา บางทีนี่อาจจะเป็นเสียงของนายแห่งปราสาทที่มีหมาตัวน้อยมาเฝ้าอยู่! การที่มีอะไรมาขัดขวางการได้เจอกันของทั้งสองคนนี่มันไม่ดีเลย

[ถึงยังไงฉันก็แค่…!]
“ใครบอกว่าจะปล่อยนายไปกันน่ะ?”

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ขว้างหอกออกมาอย่างไม่ลังเลใจด้วยรอยยิ้ม

[อ๊ากกก!]

วิถีทางไร้ขอบเขตไม่ได้แค่จะนำไปใช้กับการโจมตีด้วยหอกเท่านั้น แต่มันยังนำไปใช้กับการขว้างได้ด้วยเช่นกัน และหอกนี่ก็ได้แทงทะลุเข้าไปในร่างของฮิวลูทูนก่อนที่นายแห่งปราสาทนี้จะได้ทำอะไรซะอีก มันไม่มีทางเลยที่ฮิวลูทูนจะทนได้ในเมื่อเขาเพิ่งจะถูกเสียงคำรามของยูมิลทำให้หมดพลัง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]
[คุณได้รับบันทึกของฮิวลูทูนเลเวล 571]
[คุณได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 533 พละกำลังเพิ่มขึ้น 5 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 3 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 2 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 5]
[สกิลวิถีทางไร้ขอบเขตได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น17]

ผู้บัญชาการกองพันที่ 2 ฮิวลูทูนได้ตายลงไปแล้ว ถึงแม้ว่าเขาจะได้ถูกเพิ่มพลังขึ้นถึงขีดสุดจากการที่อยู่ในฐานทัพ แต่ว่าเขาก็ยังคงตายไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรซักนิดเดียว

แต่ถึงแม้ว่าจะมีผู้บัญชาการตายไป เหล่าผู้ล่าที่สังกัดกองทัพปีศาจวิบัติก็เพียงแต่หัวเราะออกมากันเท่านั้น เจ้าพวกนี้ทั้งหมดบ้ากันไปแล้วจริงๆ

[อ่า โอ้]

ยูอิลฮานได้พูดออกมา

“นี่มันคือสิ่งที่เขาต้องชดใช้ที่กล้ามาทดสอบฉัน”
[นายนี่เป็นคนที่เหมาะสมกับการเข้าร่วมกองทัพปีศาจวิบัติจริงๆ ฉันก็ได้บอกเขาหลายครั้งแล้วนะว่าให้ห้ามตัวเองเอาไว้ในตอนเจอนาย แต่ว่าเขาก็ยังต้องมาจบชีวิตลงแบบนี้ น่าเศร้าจริงๆ]

ประตูปราสาทได้เปิดขึ้นมา ภายในนั้นเป็นความมืดมิดที่ปกคลุมแม้กระทั่งนายแห่งกองทัพปีศาจวิบัติ

[เทพคนที่ห้า ยินดีด้วยนะ ฉันขอแสดงความยินดีกับนายด้วย]
“ทั้งๆที่ฉันได้ฆ่าผู้บัญชาการกองพันที่ 1 กับ 2 ของนายแล้วก็ขโมยผู้บัญชาการกองพันที่ 3 ไปเนี้ยนะ?”
[ไม่เป็นไรหรอก]

คำตอบของเขาดูไม่สะทกสะท้านใดๆ

[มีคนระดับผู้บัญชาการหลายคนที่ตายไปในกองกำลังอื่นๆ นี่มันคือช่วงเวลาแห่งการทำลายล้าง นี่มันมีแต่น่าพอใจและน่ายินดี ฉันรู้สึกยินดีกับนายจริงๆ]

ยูอิลฮานได้เข้าใจแล้วว่าคนที่กำลังรอเขาอยู่ภายในปราสาทคือชายที่บ้าจริงๆ เขาได้แตะหลังของยูมิลเบาๆ ยูมิลที่เข้าใจสิ่งที่ยูอิลฮานจะบอกได้เปลื่ยนร่างกลับเป็นมนุษย์และจับมือยูอิลฮานเอาไว้

การกลายมาเป็นคลาส 6 ในคราวเดียวทำให้ยูมิลเติบโตขึ้นมาจนสูงพอๆกับยูอิลฮานแล้ว แต่การกระทำของยูมิลก็ยังไม่ต่างไปจากเด็กอยู่ดี บางทีก็อาจจะไม่เคยมีใครเลยในวัยเดียวกับเขาที่มาถึงคลาส 6 อีกด้วย

“ไปกันเถอะ”
“ครับ”

ทั้งพ่อลูกได้กุมมือกันเดินเข้าไปภายในปราสาท ภายในปราสาทมันไม่มีอะไรอยู่เลย หากมีเมดหรือพ่อบ้านมันก็ไม่น่าตกใจเลย แต่ว่าเมื่อยูอิลฮานได้เข้าไปในปราสาท เขาก็ได้โยนความคิดนี้ออกไปทันที ยูมิลได้จับมือของยูอิลฮานแน่นเพราะความกลัวซึ่งนี่ดูน่ารักมาก

“ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีใครเข้ามาใกล้ที่แห่งนี้”
[นายตกใจงั้นหรอ?]
“ก็นิดหน่อย”

ไม่มีใครกล้าจะโกหกเมื่อได้เห็นสิ่งที่กำลังมองยูอิลฮานจากไกๆ นี่มันดูเหมือนกับว่า ‘ดวงตา’ ของเขาคนนั้น

[ยินดีต้อนรับยูอิลฮาน ฉันเรียกตัวเองว่าความโลภ นายเป็นคนที่สามที่ได้มองมาที่ร่างที่แท้จริงของฉัน]
“แล้วคนที่หนึ่งกับสองล่ะ?”
[มิคาเอลกับซาตาน ฉันได้มีการต่อสู้กับสองคนนั้น มันน่าเศร้ามากที่ฉันกลืนกินสองคนนั้นไม่ได้]

ภายในกำแพงปราสาทยักษ์แห่งนี้มีมอนสเตอร์ที่ถูกล่ามด้วยโซ่ที่ทำขึ้นมาจากโลหะโบราณที่ซึ่งยูอิลฮานที่เป็นคนที่รวมพลังเทพแห่งช่างตีเหล็กไว้ในร่างก็ยังใช้เวลานานกว่าจะมองออก

ปีกของนก เกล็ดของมังกร ครีบของปลา แผงคอของสิงโต เขี้ยวของงู ผิวหนังของโทรลล์ กล้ามเนื้อของโอเกอร์ วงแหวนทูตสวรรค์ และปีกสีดำของเทวดาตกสวรรค์

นี่คือการรวมกันของส่งมีชีวิตในหลายๆโลก และหลังจากการหลอมรวมนับไม่ถ้วน ทำให้เขาได้อยู่ในสภาพนี้

[ฉันคือความโลภ คนที่เต็มไปด้วยความปรารถนา หลังจากได้ผ่านความต้องการและความโลภอย่างไม่สิ้นสุดมาทำให้ฉันได้มาถึงจุดๆนี้]

ความโลภมีขนาดที่ใหญ่มากๆและยังคงเพิ่มขนาดขึ้นไปอีก

ยูอิลฮานคิดว่าอิชจาร์ตัวใหญ่แล้วงั้นหรอ? เคลาทูคนั่นตัวใหญ่แล้วสินะ? แต่แล้วเขาก็ต้องเปล่ยนความคิดเมื่อได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่แบ่งพลังเวทย์ตัวเองไปสร้างปราสาทและกระทั่งใช้เวทย์บิดเบือนพื้นที่เพื่อยัดร่างของตัวเองเข้ามาในที่เล็กๆแห่งนี้

“…นี่ฉันต้องสงสารนายไหม?”
[ฟุ ฮ่าฮ่า]

ปราสาทแห่งนี้ได้จองจำความโลภเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะเป็นเทพแล้ว แต่ว่าพลังเวทย์ของเขาก็ยังแผ่ขยายออกไปจนถึงจุดที่เขาทนไม่ได้อีกต่อไป

แน่นอนว่าการคุมคามจากมานานี้จะส่งผลเท่ากันทั้งกับตัวเขาเองและศัตรูของเขา และเพราะแบบนี้ทำให้สกิลสวนกลับของยูอิลฮานพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

[สกิลสวนกลับได้เพิ่มเลเวลขึ้นเป็น 55]

[หืมม สงสารงั้นสินะ อารมณ์นั่นคือสิ่งที่ฉันได้เสียไปเมื่อนานมาแล้ว บางทีการได้ลิ้มลองความรู้สึกนั่นจากตัวนายอีกครั้งมันอาจจะคุ้มค่าก็ได้แต่ว่านะ… ตอนนี้ฉันจะปล่อยเอาไว้ก่อน]
“นี่นายกินไปมากขนาดไหนกัน”
[ฉันก็แค่รักการกิน ฉันชอบการที่อุปสรรคของฉันหายไป รวมไปถึงอุปสรรคพวกนั้นได้กลายมาเป็นพลังของฉัน ฉันจะทำให้ทุกๆอย่างที่ฉันกินลงไปกลายมาเป็นพลังและค่าประสบการณ์จนเกิดการพัฒนาอยางไม่สิ้นสุด]

เพราะแบบนี้ในตอนนี้ก็เลยทำให้เขามีร่างกายที่ใหญ่พอจะกินสวรรค์เองได้เลย เขาได้อยู่บนโลกที่เขาปกครองพุ่งเข้าไปหาสวรรค์ แต่ว่านั่นเป็นครั้งแรกที่เขาต้องผิดหวั

[มันไม่มีพระเจ้าอะไรนั่นเลย มันไม่มีอะไรให้ฉันกินเลย แล้วก็เจ้ามิคาเอลที่ดูไม่น่าอร่อยนั่นก็น่ารำคาญมากๆด้วย มันไม่คุ้มเลยที่ฉันจะไปปะทะกับหมอนั่น]
“นี่มันต่างจากที่ฉันได้ยินมานะ”
[อย่าบอกนะว่านายคิดว่าเจ้าพวกนั้นปฏิบัติตามคำสั่งที่มอบหมายมาจริงๆ? พวกอัครเทวทูตที่กำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันก็ด้วย]

ยูอิลฮานได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาและตรวจสอบอีกเรื่องหนึ่ง

“แล้วถ้างั้นกองทัพจรัสแสงก็เหมือนกันงั้นหรอ?”
[ซาตานคือคนที่จริงใจและสวยงามที่สุดที่ฉันรู้จักเลยล่ะ เทวดาตกสวรรค์พวกนั้นก็แค่มัวเมาไปกับการอ้างบารมีของเขาเท่านั้นเอง]
“แล้วสวนอาทิตย์อัสดงล่ะ?”
[ในด้านนั่นฉันไม่รู้เลย แต่ว่าผู้นำของพวกนั้นเป็นคนที่น่าสนใจมากๆ ฉันผิดหวังมากๆที่ไม่ได้เจอกับเขาคนนั้น เอาล่ะเรากลับมาคุยหัวข้อหลักกันดีกว่านะ]

หัวหน้ากองทัพปีศาจวิบัติ – ความโลภที่ยูอิลฮานคาดเอาไว้มาเป็นพวกสมองกล้ามเนื้อและชื่นชอบการทำลายได้พูดกับยูอิลฮานด้วยน้ำเสียงสงบ

[นายรู้ไหมว่ากำลังจะเกิดการทำลายล้างขึ้น?]
“อะไรนะ?”

ยูอิลฮานได้ถามกลับไป

มอนสเตอร์คนนี้ได้ยิ้มกว้างออกมาจนเห็นฟัน

[อย่างที่ฉันเคยพูดออกไป ในสวรรค์ไม่เคยมีพระเจ้าอยู่ หรือก็คือพระเจ้าได้ตายไปแล้ว]

หากว่ายูอิลฮานไม่เคยอ่านหนังสือของฟรีดริช นีทเชอมาก่อน เขาก็คงจะต้องตกใจกับคำพูดนี้มาก

“ข้อสรุปง่ายๆแบบนี้มัน…”
[ไม่ได้มีโลกใบใหม่เกิดขึ้นมาอีกเลยหลังจากที่โลกของนาได้เกิดขึ้นมา ในเวลาเดียวกันโลกจำนวนมากมายก็ได้ล้มสลายลงไปหรือกำลังอยู่ระหว่างการล่มสลาย แม้กระทั่งโลกระดับสูงก็กำลังลดจำนวนลงไปเช่นกัน ถึงแมว่าโลกพวกนั้นจะรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นโลกใบใหญ่ขึ้นมา แต่ในท้ายที่สุดโลกพวกนั้นก็จะต้องเจอกับการล่มสลาย มันก็เหมือนกับโลกของกองทัพจรัสแสงที่นายได้ทำลายไป]

“แล้วทำไมกันล่ะ? นายอยากจะเปิดแคมเปญสันติภาพอะไรแบบนี้งั้นหรอ?”

[ฉันปรารถนาในการทำลาย แต่ว่าเมื่อทุกๆคนหายไปมันก็จะไม่มีอะไรเหลือให้ฉันกินอีก เพราะงั้นนั่นเป็นเหตุผลทำให้ฉันขังตัวเองเอาไว้ เพราะแบบนี้… ถึงต้องมีพระเจ้าองค์ใหม่เกิดขึ้นมา ผู้สร้างคนใหม่ จำเป็นที่จะต้องมีคนปกครองทุกๆโลกและสร้างโลกขึ้นมาใหม่]
“แล้วเพราะแบบนั้นนายก็จะได้กินได้ตามใจอีกครั้งสินะ?”
[ถูกแล้ว และฉันก็]

ความโลภได้พูดเรื่องไร้สาระขึ้นมาอีกครั้ง

[ฉันคิดว่านายจะกลายเป็นพระเจ้าองค์ใหม่]

Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี

Everyone Else is a Returnee โดดเดี่ยว 1000 ปี

Score 10
Status: Completed

ตอนที่ 1 – 260 อ่านนิยาย

( อ่านตอนต่อไปข้างล่าง )


ถูกทิ้งจากการเข้าค่ายในมัธยมต้น

ถูกทิ้งจากการเข้าท่องเที่ยวในมัธยมปลาย

ในท้ายที่สุดแล้วฉันก็กลายมาเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้วยังไงล่ะ? ฉันก็ยังถูกมนุษยชาติทิ้งเอาไว้อีกงั้นหรอ? ถูกพระเจ้าเมินจนทำให้ยูอิลฮานต้องฝึกฝนทักษะของตัวเองเป็นเวลาถึงหนึ่งพันปี เฝ้ามองดูโลกอย่างอ้างว้างในขณะที่ทุกๆคนต่างก็ไปอยู่ในโลกอื่นกัน

ตำนานของเขาได้เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่มนุษยชาติได้กลับมาและเจอกับหายนะครั้งยิ่งใหญ่


 

Options

not work with dark mode
Reset