ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง 377 ให้ทั้งแคว้นเหยียนถูกกลบฝังเป็นเพื่อนนาง!

ตอนที่ 377 ให้ทั้งแคว้นเหยียนถูกกลบฝังเป็นเพื่อนนาง!

ฉางซุนซิ่วพูดพลางก็ทรุดลงนั่งบนพื้น กลิ่นเหม็นที่ตลบอบอวลอยู่ภายในตำหนักคล้ายจะมิได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาทั้งนั้น

 

 

ทางด้านซ้ายของเขาคือร่างของเหยียนฉิว ทางด้านขวาคือฮ่องเต้ชราที่ถูกเขากระทืบจนพระเศียรแตกร้าว

 

 

เขานั่งอยู่ตรงกลาง สีหน้ายังคงมีรอยยิ้มเย็นชา “ตอนนั้นท่านยังอายุน้อย อยู่ในแคว้นต้าเหยียนย่อมถูกรังแกอยู่เสมอ แต่น้องสาวของข้าละ? นางโชคดีกว่าท่านที่ไหนกัน? นางเป็นหินรองเท้าให้ท่าน ยอมถูกหมิ่นหยาม โดยไม่ตัดพ้อต่อว่า …..อดทนกล้ำกลืนอย่างยากลำบากจนกระทั่งถึงวัยกลายเป็นสาวน้อยบอบบาง แต่สุดท้าย สุดท้ายเพื่อท่านแล้ว ก็มามีจุดจบอยู่ในต่างบ้านต่างเมือง”

 

 

“ฝ่าบาท หลายปีมานี้ ท่านเคยคิดถึงนางบ้างหรือไม่ เคยรำลึกถึงความดีของนางบ้างไหม?”

 

 

ฉางซุนซิ่วดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงที่ถามออกไปของเขาสงบนิ่งอย่างมาก แต่ว่าดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววคลุ้มคลั่ง

 

 

“ท่านไม่เคยเลย” เขาหัวเราะเสียเย็นออกมา เขาทุบมือลงไปบนพื้น “แม้แต่ชื่อของนางท่านก็ไม่เคยเอ่ยถึง!”

 

 

“เดิมทีข้าเคยคิดว่าท่านมันเป็นคนที่ใจแข็งโหดเ**้ยม ไม่ว่ากับใครก็ไร้น้ำใจไร้ความรู้สึก แต่แล้วยังไง? ท่านมีสิทธิอะไรจะไปชอบตู๋กูซิงหลันกัน?”

 

 

“นางเคยทำอะไรเพื่อท่านบ้าง? เสียสละอะไรบ้างไหม? แต่ท่านกลับชอบนาง ชอบนางจนจะเป็นจะตาย แล้วกับอิงเอ๋อร์ที่สละชีวิตเพื่อท่านไยจึงไม่เคยมีความละอายไม่เคยคิดถึงเลยสักนิด?”

 

 

จีเฉวียนเงียบงั้นอยู่ตรงนั้น พระหัตถ์ของพระองค์กำด้ามง้าวเอาไว้อย่างแนบแน่น

 

 

“ตอนที่นางตาย มีแต่เลือดท่วมตัว ตลอดร่างไม่เหลือผิวเนื้อที่ดีเลยสักแห่ง นางกอดข้าเอาไว้ บอกว่า ‘พี่จ๋า อิงเอ๋อร์เจ็บเหลือเกิน….’ ”

 

 

ฉางซุนซิ่วปิดตาลง ราวกับว่าไม่ยินดีจะคิดถึงเรื่องนั้นอีก แต่ยิ่งไม่อยากจะคิด ภาพนั้นก็เอาแต่วนเวียนอยู่ในสมองของเขา “จีเฉวียน ท่านรู้หรือไม่ว่านางตายเพื่อท่าน! ตอนที่ท่านถูกฮ่องเต้ต้าเหยียนเรียกไปเข้าเฝ้า ตอนที่จะให้ท่านต่อสู้กับสัตว์อสูรหงเหมิง [1] นั้น! สาวน้อยที่โง่งมนางนี้ นางกลัวว่าท่านจะเกิดเรื่อง ดังนั้นจึงแอบออกไปขอร้องแทนท่าน สุดท้ายไม่เพียงถูกคนกระทำชำเรา ยังถูกคนทุบตีอย่างโหดร้ายจนตาย ตอนนั้นนางพึ่งจะอายุได้สิบสามเอง!”

 

 

พอพูดถึงตรงนี้ ฉางซุนซิ่วก็น้ำตาไหลอาบนอง

 

 

“หากว่าตอนนั้นข้า……ไปถึงแคว้นต้าเหยียนเร็วขึ้นอีกวันหนึ่ง…. นางก็คง…..นางก็คงไม่ต้องตายแล้ว….ข้าจะต้องปกป้องนางได้แน่ๆ ปกป้องนางอย่างดี”

 

 

“ทั้งที่เป็นเช่นนี้ นางก็ยังขอให้ข้าอย่าได้เกลียดชังท่าน! ขอให้ข้าสนับสนุนท่านอย่างที่สุด!”

 

 

“ข้าเชื่อฟังคำขอของอิงเอ๋อร์ ตลอดหลายปีมานี้คอยช่วยเหลือท่านขจัดอุปสรรค กำจัดศัตรู กรุยหนทางแห่งบัลลังก์ฮ่องเต้ให้กับท่าน อยู่เคียงข้างท่านมาตลอด….”

 

 

ในมุมที่ซ่อนอยู่ หัวใจของตู๋กูซิงหลันหล่นวูบ

 

 

ตอนที่อยู่ที่สระสวรรค์ในแคว้นเซอปี่ซือ….ขณะที่นางถูกเหยียนเฉียวหลัวลากลงไปในน้ำนั้น ก็เคยได้ยินชื่อของฉางซุนอิงมาก่อน

 

 

ตอนนั้นนางไม่ทันได้ใส่ใจ

 

 

ช่วงที่ผ่านมาที่จีเฉวียนลุกไล่ตามจีบนางอย่างบ้าคลั่ง นางเองก็ไม่เคยถามเรื่องของฉางซุนอิงมาก่อน

 

 

นางไม่ได้ถาม จีเฉวียนก็ยิ่งไม่เคยเอ่ยถึง

 

 

แต่คิดไม่ถึงว่า จะมีอดีตเช่นนี้อยู่?

 

 

สหายติ๊งต๊องเองก็ตกตะลึงเป็นไก่ตาแตก มันรู้แต่แรกแล้วว่าฮ่องเต้ผู้นั้นมิใช่ตัวดี…..แต่ไม่คิดว่าเขาจะเสเพลจนชั่วร้ายขนาดนี้เชียว?

 

 

วิญญาณทมิฬชักจะรู้สึกว่า ซื่อมั่วเริ่มจะมีความหวังขึ้นมาอีกครั้งแล้ว

 

 

…………………….

 

 

ฉางซุนซิ่วพยายามบังคับตนเองให้สงบสติลง เขาถอนหายใจอย่างยืดยาว ค่อยเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองจีเฉวียน

 

 

“แต่ดูท่านสิ ท่านทำอะไรลงไป? ท่านลืมเลือนอิงเอ๋อร์ไปจนหมดสิ้นตั้งแต่แรกแล้ว! ท่านสงสัยในตัวข้า ตรวจสอบข้า เพื่อตระกูลตู๋กูที่สร้างความยากลำบากให้กับท่าน ท่านกลับละทิ้งข้า”

 

 

 

 

 

 

“ไม่เพียงแต่อิงเอ๋อร์ ตอนนั้นญาติผู้พี่ของข้าอาซู่ก็ยังต้องมาตายด้วยน้ำมือของตู๋กูจุน”

 

 

“ฝ่าบาทยังทรงจำได้หรือไม่ว่าตอนที่ขึ้นครองราชย์นั้นตรัสกับข้าไว้ว่าอย่างไร”

 

 

“ท่านบอกว่า จะต้องล้างตระกูลตู๋กูทิ้ง”

 

 

“ท่านบอกว่า จะรวบรวมใต้หล้าด้วยกันกับข้า ทำให้แผ่นดินมีแต่ความสงบสุข”

 

 

“คำพูดของฝ่าบาท ข้าเองก็หลงเชื่อเข้าแล้ว…..”

 

 

เพราะเหตุนี้ตอนนั้นเขาถึงได้กำจัดตัวหมากของตำหนักซิวหลัวเตี้ยนที่คิดร้ายกับพระองค์ทิ้งไป

 

 

ตลอดหลายปีมานี้ แม้แต่ท่านประมุขก็ยังถูกเขาปิดบังความจริงเอาไว้

 

 

ตระกูลฉางซุนของเขาเพื่อจีเฉวียนแล้วได้เสียสละไปอย่างมากมาย ….แม้แต่วัยเด็กของเขาก็ยังเคยเป็นเงาติดตามจีเฉวียนอยู่ตลอด

 

 

ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังของเขาฮว่าชิ่งซานที่สวยสดงดงาม จะแฝงเอาไว้ด้วยเงามืดและความสกปรกมากมายเพียงไหน

 

 

จีเฉวียนผ่านวัยเยาว์มาอย่างยากลำบาก แล้วเขาผ่านมาอย่างสุขสบายหรือไร?

 

 

ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่เบื้องหน้าเขา โดยมิได้ตรัสวาจาใดๆ อยู่นาน

 

 

ที่จริงแล้วเรื่องมากมายที่ผ่านมาทั้งหมด พระองค์ทรงทราบเป็นอย่างดีว่าเกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน แต่เพราะว่าพวกเขาเคยผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก ดังนั้นจีเฉวียนจึงปล่อยเขาไปครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

คนเราล้วนมีความเปลี่ยนแปลง ฉางซุนซิ่วเปลี่ยนแปลง พระองค์จีเฉวียนเองก็ทรงเปลี่ยนแปลง

 

 

ไม่มีใครที่จะรับรองได้ว่าตนเองเหมือนเดิมไปตลอด

 

 

“ฝ่าบาท นับตั้งแต่วันที่ท่านกลายเป็นตัวประกัน ข้าฉางซุนซิ่วก็ถูกบ่มเพาะให้กลายเป็นเงาของท่าน ท่านไม่เคยรู้เลยว่าตลอดหลายปีนั้นข้าต้องผ่านประสบการณ์เช่นไรมาบ้าง….”

 

 

“ทุกสิ่งที่เป็นของข้า ล้วนมอบให้กับท่านจนหมดสิ้นสุดจิตใจ แต่พอถึงที่สุดแล้ว …..กลับต้องถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยวเพียงลำพัง”

 

 

“หลายปีมานี้เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลฉางซุนต่างก็พากันจากไปจนหมดสิ้นแล้ว ข้าไม่หลงเหลือญาติมิตรที่แซ่ฉางซุนอีกแล้ว ทั้งยังเอาใจออกห่างจากท่าน ข้าเกลียดชังท่าน นั่นย่อมเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว”

 

 

ในที่สุด จีเฉวียนค่อยเอ่ยวาจาออกมา “เรารู้ว่าเจ้าเกลียดชังเรา แต่ทั้งหมดนี้ เจ้าสมควรมาคิดบัญชีกับเรา นี่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับซิงซิง ยิ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับกองทัพต้าโจวและราษฏร์ชาวต้าเหยียนทั้งสิ้น”

 

 

“เจ้าไม่ควรจะไปแตะต้องนางแม้แต่น้อย ยิ่งไม่สมควรแพร่กระจายเชื้อผีดิบออกไป ทำร้ายชีวิตของผู้คนมากมาย”

 

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ….” ฉางซุนซิ่วหัวเราะเหมือนกับว่าได้ยินเรื่องขำขันบัลลือโลกอย่างไรอย่างนั้น

 

 

“ถึงตอนนี้ท่านก็ยังจะห่วงใยนาง? แล้วยังจะเสแสร้งแกล้งเป็นมีเมตตาต่อสรรพชีวิต? เฮอะ ชีวิตของพวกมันมีค่า….แล้วชีวิตของน้องสาวข้าไม่มีค่าหรืออย่างไร?”

 

 

“ตอนที่คนเหล่านั้นทำร้ายอิงเอ๋อร์ ทำร้ายพวกเรา มีใครเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าอิงเอ๋อร์นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์?”

 

 

“ท่านเองก็รู้สึกว่าอิงเอ๋อร์สมควรจะต้องตายกระนั้นหรือ?”

 

 

ฉางซุนซิ่วจะพยายามระงับอารมณ์เอาไว้อย่างที่สุด หมัดที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อนั้นกำแน่นเข้าหากัน เพราะออกแรงมากไปข้อนิ้วทั้งหมดจึงขาวโพลน

 

 

คำพูดเหล่านี้ เขาไม่เคยเอ่ยกับจีเฉวียนมาก่อนเลยสักครั้ง

 

 

วันนี้พอได้กล่าวออกมา ความโกรธเกรี้ยวที่เก็บกดเอาไว้ก็ระงับไม่อยู่อีกต่อไป

 

 

เขาเคยนึกว่าพระองค์จะไร้ความรู้สึกต่อคนทั้งมวล…..หากเป็นเช่นนั้นก็แล้วไปเถอะ

 

 

แต่ว่าพระองค์กลับมีพระทัยให้กับตู๋กูซิงหลัน!

 

 

“อิงเอ๋อร์ไม่เคยได้รับความเห็นใจจากท่านเลยแม้แต่น้อย นางตายอย่างทรมาน แม้จะตายก็ยังรู้สึกว่าตนเองนั้นสกปรก ไม่กล้าพบหน้าท่าน”

 

 

“นางตายอย่างน่าอนาถ ตายอย่างน่าสงสาร! จีเฉวียนคนเช่นท่านมีสิทธิ์อะไรจะก้าวข้ามเลือดเนื้อของนางไปมีความสุข?”

 

 

“ท่านมันไม่คู่ควร! ท่านมันสมควรจะต้องโดดเดี่ยวจนแก่เฒ่าไปชั่วชีวิต มีแต่วันที่เหน็บหนาวอันยาวนานอยู่เคียงคู่ตลอดไปเท่านั้น!”

 

 

ฉางซุนซิ่วคำรามเสียงเบา ในดวงตาของเขามีแต่เส้นเลือด คร่ำครวญด้วยน้ำเสียงแหบแห้งปานจะขาดใจ

 

 

ที่ผ่านมายามอยู่ต่อหน้าผู้คน เขาคือท่านราชครูผู้งดงามปราชญ์เปรื่อง สุภาพและอ่อนโยน

 

 

แต่ตอนนี้ เขากลับเป็นเหมือนคนบ้าผู้หนึ่ง

 

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ท่านเห็นไหม มีแต่ข้าที่เป็นพี่ชายเท่านั้นที่รักนางที่สุด ใช่หรือไม่? ในเมื่อนางต้องตายอย่างอนาถในแคว้นเหยียน ข้าก็จะให้ทั่วทั้งแคว้นเหยียนถูกกลบฝังเป็นเพื่อนนาง! ในเมื่อท่านไม่เคยสนใจนาง ข้าก็จะให้ท่านต้องลงนรกตามไปด้วย!

 

 

เดิมทีข้าเคยคิดเอาไว้ว่า รอให้ท่านตายแล้ว….ก็จะฝังท่านกันอิงเอ๋อร์เอาไว้ด้วยกัน”

 

 

 

 

………………………………….

 

 

ตอนต่อไป “อย่างมากก็คืออดีตหญิงคนรัก”

 

 

——

 

 

[1]  鸿蒙巨兽  (สัตว์อสูรในบรรพกาล)

ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง

ยอดไทเฮาเขย่าวังหลัง

Score 10
Status: Completed

ตอนที่ 1-220


คำโปรย 

ตู๋กูซิงหลัน ปรมาจารย์ไสยศาสตร์ลับผู้เลอโฉมแห่งต้าโจวต้องกลายเป็นไทเฮาแม่ม่ายด้วยวัยเพียงสิบห้าปี และถูกคุมขังอยู่ในตำหนักเย็นด้วยข้อหา ‘งดงามจนทำให้อดีตฮ่องเต้ตกพระทัยตาย’ ด้วยเหตุนี้นางจึงตกเป็นที่รังเกียจของ จีเฉวียน ฮ่องเต้องค์ใหม่และเหล่าสนมทั้งสามพันนางของเขา  

ขณะกำลังคิดหาหนทางประจบฮ่องเต้องค์ใหม่เพื่อให้ชีวิตของนางได้อยู่สุขสบายขึ้นมาบ้าง บรรดาลูกสะใภ้ที่หวั่นใจกลัวว่าแม่เลี้ยงสาวจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนข้างหมอนก็พากันตบเท้าเข้ามาหาเรื่องนางมิขาดสาย ไหนจะอดีตคนรักอย่าง จีเย่ว์ ที่มาขอคืนดีด้วยอีก คราวนี้ตู๋กูซิงหลันจึงต้องรับศึกหนักทั้งซ้ายและขวา อีกทั้งยังต้องหาทางฟื้นพลังเพื่อตามหาหยกสรรพชีวิตไปด้วย แล้วแบบนี้จะไม่ให้นางปีนออกนอกกำแพงวังได้อย่างไร  

Options

not work with dark mode
Reset