[WN]boku ni kyomi wo nakushita motokano to osananajimi na kon kano ga naze ka shurabatteru 40

ตอนที่ 40

โอฮาชิ เคนโก

 

พอได้เห็นฉากแตกหักของโคโมริและเทนชิที่คบซ้อนก็ทนต่อไปไม่ได้

เลยรีบบึ่งไปที่บ้านของพี่และดำเนินแผนการ

 

“ให้ชวนโชตะคุงเดท!? เดี๋ยวสิ พูดอะไรออกมาน่ะเคนโก! บ้ารึเปล่า?”

 

“อันนั้นมันบทผมเหอะ ไอ้ทางผมน่ะเล่นกระทั้งเป็นคนรักของพี่เลยนะ? คงไม่ใช่จะรอให้โคโมริเข้ามาหาเองหรอกใช่มั้ย?”

 

“นั่นมัน….”

 

“จริงอยู่ที่ว่าพี่จุดประกายความหึงหวงของโคโมริได้สำเร็จแล้ว แต่ว่าถ้าจะแย้งโคโมริมาจากทาคามิเนะ มันจำเป็นจะต้องให้โคโมริเลิกด้วยความตั้งใจของตัวเอง คงไม่คิดว่าทำได้แล้วแล้วก็รออยู่แบบนั้นหรอกใช่มั้ย?”

 

“หา”

 

แผนนั้นง่ายนิดเดียว

เพื่อที่จะแยกเทนชิกับโคโมริออกจากกัน เลยให้พี่ดึงตัวโคโมริเอาไว้

ยอมรับเลย ว่าตัวเราเองก็เริ่มจะทนความแปลกของตัวเองไม่ได้แล้ว

 

เพราะว่าโคโมริมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้หญิงหลงได้

ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เทนชิยึดติดมันก็เหมือนตอนของพี่สาว ยิ่งไปกว่านั้นแฟนสาวที่ไร้ที่ติอย่างทาคามิเนะ มายูกะก็ยังฝืนใจ

ว่าตามตรงคือเราดูถูกโคโมริจากก้นบึ้งของหัวใจเลย และก็ได้เผลอตัวหยุดคิดไปเพราะไม่ได้สำคัญอะไร

แต่ว่าตอนนี้กลับรู้สึกกลัวผู้ชายที่ชื่อโคโมริ โชตะ เพราะว่ามองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดและก้นบึ้ง บางทีคงเพราะมีอะไรสักอย่างที่เราไม่มีแน่ๆ เลยรู้สึกกลัวเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร

 

แต่เพราะเห็นภาพที่เทนชิร้องไห้เลยตัดสินใจได้ ว่าต้องเอาแผนนี้มาใช้จริงๆ

ห๊ะ จะเรียกว่าผู้ชายน่าสมเพชเลยก็ได้นะ อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไป

แต่ว่าฉันน่ะไม่มีเวลามานั่งสนใจหรอกน่ะว่าเป็นอะไรไปแล้วหรอกนะ

 

จากมุมมองที่เป็นกลางแบบไม่ลำเอียง รูปลักษณ์ของพี่นั้นเป็นที่สุดในประเทศแบบไร้ข้อกังขาเลย

แน่นอนว่าถ้าเกิดฟังจากเสียงเซ็งแซ่จากรอบๆ ก็คงรู้ว่าไม่ใช่ความลำเอียง

 

ถ้าเกิดว่าพี่สาวที่สวยขนาดนั้นเข้าหาตัวโคโมริแบบจริงๆจังๆ คิดว่าคงจะต้องตกหลุมรักเข้าแน่ๆ

เป็นแผนที่น่าสมเพชจริงๆเลยใช่มั้ยละ และก็แย่ในหลายๆความหมายด้วย

แต่เพราะตอนนี้มันหมดหวังไปแล้ว เลยต้องดำเนินแผนนี้

 

แน่นอนว่าเราเองก็จะเคลื่อนไหวเพื่อที่จะแก้ไขความสัมพันธ์กับเทนชิด้วย

และต่อให้พี่จะดึงตัวโคโมริเอาไว้ได้ เราก็คงทำเป็นแกล้งแสร้งว่าไม่รู้เรื่องทั้งหมดไม่ได้แหละนะ

ไม่ว่ายังไงก็จำเป็นจะต้องหาที่เอาไว้เพื่อเผชิญหน้ากับเทนชิ และคุยกันแบบซึ่งๆหน้า

 

เดิมทีที่รับบทคนรักของพี่เพราะแผนดึงตัวโคโมริ และมันมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับไปได้แล้ว

พอได้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้ จากที่ร่วมมือแค่ครึ่งๆกลางๆ ก็กลายมาร่วมมือแบบเต็มตัว แม้แต่ตัวเราเองก็ยังคิดเลยว่าเห็นแก่ผลประโยชน์จริงๆ

 

แต่ว่าจะขี้ขลาด น่าสมเพช แล้วมันจะทำไมละ

ฉันตัดสินใจสู้กลับไปแล้ว

แน่นอนว่ารู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วล่ะว่าไอ้แผนนี้มันแย่

 

แต่ยังไงซะจุดจบมันก็เป็น

–โคโมริแย่งเอาแฟนปลอมๆของเราไป และเราก็แย่งเทนชิกลับคืนมา

ถ้าจะให้เขียนคงบ้าเข้าจริงๆ

 

เพราะว่าตัดสินใจไปแล้ว เลยต้องรีบจัดการ ไม่สิ กรณีแบบนี้ ควรจะค่อยๆรึเปล่านะ

ยังไงก็เถอะ ถ้าเกิดไม่เคลื่อนไหวมันก็ไม่มีความหมายอะไร

ดีที่วันนี้เป็นวันหยุดพอดี

 

“แล้วรู้เบอร์ติดต่อของโคโมริรึเปล่า?”

 

“เอ๊ะ อา ก็เคยถามเอาไว้ตอนที่เป็นแฟนปลอมๆอยู่หรอก…แต่ช่วงนี้ไม่ได้ติดต่อกันเลย”

 

“ถ้างั้นก็รีบๆคุย แล้วชวนโคโมริไปเดทให้ไวเลย”

 

“ยังไงนะ!? ว ว วันนี้ฉันพึ่งจะแสดงให้โคโมริคุงเองนะว่ามีแฟนแล้วน่ะ? จะให้ชวนได้ยัง—-”

 

“ยัยบ้า เหตุผลที่จะชวนมันจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนันแหละ อย่างแบบเลือกของขวัญให้เคนโกอะไรแบบนั้น ถ้าจำไม่ผิดพี่ประกาศว่าโคโมริเป็นคนรับใช้ไปใช่มั้ยละ ถ้างั้นก็ทำให้มันพอดีในแง่ของบทบาทก็ได้ไม่ใช่รึไง”

 

“ต แต่ว่าถ้าเกิดว่าใช้เวลากันสองต่อสองกับโคโมริคุง….แล้วท้องขึ้นมาใครจะรับผิดชอบละ”

 

ไม่รู้โว้ย! ตอนที่เป็นคนรักปลอมๆมันก็ต้องมีอยู่กันสองต่อสองบ้างไม่ใช่รึไงฟะ!

ถ้าเกิดอยู่กันสองต่อสองแล้วท้องก็คือจะเป็นครอบครัวใหญ่ไง!

{TL:นี่เอ็งกะมอบให้พี่เอ็งท้องเลยเหรอวะ}

 

“อ อีกอย่างถ้าจะชวนโชตะคุง ก็อยากให้เขารู้สึกสนุกด้วย วางแผนเดทให้มันดีที่สุดก่อนก็ได้ไม่ใช่เหรอ”

 

“แล้วจะใช้เวลาวางแผนเดทนั่นกี่วันละ?”

 

“ก็คงราวๆปีหนึ่งแหละ”

 

“นานไปเฟ้ย!”

 

แค่ชวนไปเดทยังปี1 ถ้าจะพิชิตใจโคโมริคงหลายสิบ ไม่สิหลายร้อยปีเลยมั้ง

บ้ารึเปล่าเนี่ย! ขอค้านเลย ค้านแบบขาดใจ!

 

“แต่ว่า…”

 

“จะ[แต่]หรือ[ก็]ก็ห้ามทั้งนั้นแหละ”

 

“จู่ๆก็อะไรเนี่ย เมื่อวันก่อนยังอิดออดที่จะเล่นบทคนรักอยู่เลยแท้ๆ….มีอะไรแบบใหนมาดลใจกันละ”

 

พี่สาวมองมาด้วยความสงสัยในท่าทีที่แข็งกร้าว

หึย มีแค่อีแบบนี้ใช่มั้ยเนี่ยที่เฉียบแหลมน่ะ

…ไม่หรอก มันก็เป็นธรรมดาที่จะสงสัย

{Tl:นัตสึคาวะเก่งฉลาดในทุกๆเรื่องยกเว้นเรื่องความรักนะครับ}

 

ถึงจะเป็นแบบนั้นก็จะให้ความในใจจริงๆมันรั่วออกไปไม่ได้ด้วย

แรกเริ่มเดิมทีพี่ยังใช้น้องชายอย่างเราเลย

เราที่จะใช้พี่คืนก็เหมือนเป็นราคาของมันไงละ Give and Take มันต้องช่วยกันและกันใช่มั้ยละ

 

ผมตัดสินใจที่จะโกหกออกไปโดยที่ไม่บอกถึงสถานการณ์ให้ฟัง

 

“เข้าใจผิดแล้ว ไม่ได้มีอะไรมาดลใจทั้งนั้นแหละ ก็แค่อยากจะลาขาดบทบาทนี้ให้ได้เร็วที่สุดก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าเกิดปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่พี่ต่อให้ผ่านไปกี่ร้อยชาติคงไม่มีทางคืบหน้านี่นา ก็เลยจะให้ยืมความฉลาดของผมก็เท่านั้นเอง”

 

“….เหรอ”

 

ขี้สงสัยซะจริงนะพี่ ดูเหมือนตาคู่นั้นจะยังไม่มั่นใจซะทีเดียวสินะ ช่างปะไร ก็ไม่ได้จะหลอกให้สนิทใจแต่แรกอยู่แล้ว

 

“แล้วจะเอายังไงละ? ก็รู้อยู่หรอกว่ากลัวที่จะชวนไปเดท—แต่ถ้าเกิดชั่งน้ำหนักความกลัวแค่ไม่กี่นาทีกับการที่ได้ไปเดทกับโคโมริ จะเอนไปทางใหนละ? ลองจินตนาการดูสิ ฉากที่ส่งอ้ามไปให้โคโมริด้วยข้าวกล่องทำเอง ฉากที่นอนหนุนตัก ฉากที่กุมมือกัน แล้วตอนพลบค่ำบรรยากาศดีๆอารมณ์พาไปก็อาจจะไปประกบปากกัน—แอ้ก”

 

ขณะที่กำลังพูดอยู่ก็โดนหมอนอิงอันใหญ่ฟาดเข้าที่หน้า

คนที่ขว้างเป็นใครไปไม่ได้ นอกซะจากพี่สาว

 

“เจ็บ…..ยัยนี่นิ ทำอะไรเนี่ย!”

 

ผมตะโกนออกมาเสียงดัง

และก็เห็นหน้าของพี่ที่กำลังแดงเหมือนลูกแอปเปิ้ล และก็ลุกขึ้นไล่ไอน้ำออกไป

ไอ้ความอายนี้….จิ้นไปถึงอะไรอยู่ล่ะนั่น

 

“หิ้วโคโมริคุงกลับบ้าน แล้วก็พาดบันไดสู่ความเป็นผู้ใหญ่–”

 

โอ๊ะ ที่เราคิดไว้เป็นเป็นความสัมพันธ์หวานอมเปรี้ยวแบบเด็กนักเรียน แต่เหมือนผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้านี้จะคิดถลำไปไกลกว่านั้นแฮะ

ไม่เคยคิดเลยว่าวันที่กังวลเกี่ยวกับพรหมจรรย์ของผู้ชายแทนที่จะเป็นของผู้หญิงจะมาถึง…. ฐานะของผู้หญิงมันยังไงเนี่ยไม่มีอะไรให้คิดเลยเราะ แต่ก็สะดวกดี

 

ถ้าพี่กับโคโมริทำตามที่ตกลงไว้ก็ช่างมันปะไร โคโมริเองถ้าเกิดล้ำเส้นไปก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับผิดชอบ แล้วก็จะเลิกยุ่งกับเทนชิ

และยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่ความสัมพันธ์มันไปถึงขั้นนั้นแล้ว พี่ก็คงไม่ยอมให้โคโมรินอกใจแน่ๆ เพราะว่าหล่อนเป็นคนที่ขี้หึงและหวงของของตัวเองเป็นที่สุดล่ะนะ สำหรับเราแล้วไม่มีผู้หญิงคนใหนที่ทำให้รู้สึกแน่ใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

“เข้าใจแล้วล่ะ จะลองชวนโชตะคุงตาที่เคนโกบอกดูแล้วกัน แลกกับการที่วันนี้นายไม่ได้นอนแล้วกันนะ”

 

“ก ก็เอาสิ….”

 

และหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้นอนแบบจริงๆ

 

และแล้วคืนต้องห้ามของพี่น้องแท้ๆก็—ซะที่ใหนละ เพราะต้องตามติดแผนเดทของพี่สาวนั่นแหละ

ประมาณตี3 แฟชั่นโชว์ของเสื้อที่จะใส่ไปเดตก็ได้เริ่มต้นขึ้น และก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้มันจบๆไปซะตรงนั้นเลย

ฝากด้วยนะพี่…เท่านี้ก็จะได้ลดความชอบของโคโมริลง และก็จะปลิวหายไปตอนที่กลับ เตรียมใจเลย

======จบตอน======

เป็นบ้าตามพี่ไปแล้วเรียบร้อย
___________________

ติดตามผลงานอื่นๆและสนับสนุนผู้แปลได้ที่

ดอกไม้ไฟ | Facebook

โอฮาชิ เคนโก

 

พอได้เห็นฉากแตกหักของโคโมริและเทนชิที่คบซ้อนก็ทนต่อไปไม่ได้

เลยรีบบึ่งไปที่บ้านของพี่และดำเนินแผนการ

 

“ให้ชวนโชตะคุงเดท!? เดี๋ยวสิ พูดอะไรออกมาน่ะเคนโก! บ้ารึเปล่า?”

 

“อันนั้นมันบทผมเหอะ ไอ้ทางผมน่ะเล่นกระทั้งเป็นคนรักของพี่เลยนะ? คงไม่ใช่จะรอให้โคโมริเข้ามาหาเองหรอกใช่มั้ย?”

 

“นั่นมัน….”

 

“จริงอยู่ที่ว่าพี่จุดประกายความหึงหวงของโคโมริได้สำเร็จแล้ว แต่ว่าถ้าจะแย้งโคโมริมาจากทาคามิเนะ มันจำเป็นจะต้องให้โคโมริเลิกด้วยความตั้งใจของตัวเอง คงไม่คิดว่าทำได้แล้วแล้วก็รออยู่แบบนั้นหรอกใช่มั้ย?”

 

“หา”

 

แผนนั้นง่ายนิดเดียว

เพื่อที่จะแยกเทนชิกับโคโมริออกจากกัน เลยให้พี่ดึงตัวโคโมริเอาไว้

ยอมรับเลย ว่าตัวเราเองก็เริ่มจะทนความแปลกของตัวเองไม่ได้แล้ว

 

เพราะว่าโคโมริมีเสน่ห์ที่ทำให้ผู้หญิงหลงได้

ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่เทนชิยึดติดมันก็เหมือนตอนของพี่สาว ยิ่งไปกว่านั้นแฟนสาวที่ไร้ที่ติอย่างทาคามิเนะ มายูกะก็ยังฝืนใจ

ว่าตามตรงคือเราดูถูกโคโมริจากก้นบึ้งของหัวใจเลย และก็ได้เผลอตัวหยุดคิดไปเพราะไม่ได้สำคัญอะไร

แต่ว่าตอนนี้กลับรู้สึกกลัวผู้ชายที่ชื่อโคโมริ โชตะ เพราะว่ามองไม่เห็นภาพรวมทั้งหมดและก้นบึ้ง บางทีคงเพราะมีอะไรสักอย่างที่เราไม่มีแน่ๆ เลยรู้สึกกลัวเพราะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไร

 

แต่เพราะเห็นภาพที่เทนชิร้องไห้เลยตัดสินใจได้ ว่าต้องเอาแผนนี้มาใช้จริงๆ

ห๊ะ จะเรียกว่าผู้ชายน่าสมเพชเลยก็ได้นะ อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไป

แต่ว่าฉันน่ะไม่มีเวลามานั่งสนใจหรอกน่ะว่าเป็นอะไรไปแล้วหรอกนะ

 

จากมุมมองที่เป็นกลางแบบไม่ลำเอียง รูปลักษณ์ของพี่นั้นเป็นที่สุดในประเทศแบบไร้ข้อกังขาเลย

แน่นอนว่าถ้าเกิดฟังจากเสียงเซ็งแซ่จากรอบๆ ก็คงรู้ว่าไม่ใช่ความลำเอียง

 

ถ้าเกิดว่าพี่สาวที่สวยขนาดนั้นเข้าหาตัวโคโมริแบบจริงๆจังๆ คิดว่าคงจะต้องตกหลุมรักเข้าแน่ๆ

เป็นแผนที่น่าสมเพชจริงๆเลยใช่มั้ยละ และก็แย่ในหลายๆความหมายด้วย

แต่เพราะตอนนี้มันหมดหวังไปแล้ว เลยต้องดำเนินแผนนี้

 

แน่นอนว่าเราเองก็จะเคลื่อนไหวเพื่อที่จะแก้ไขความสัมพันธ์กับเทนชิด้วย

และต่อให้พี่จะดึงตัวโคโมริเอาไว้ได้ เราก็คงทำเป็นแกล้งแสร้งว่าไม่รู้เรื่องทั้งหมดไม่ได้แหละนะ

ไม่ว่ายังไงก็จำเป็นจะต้องหาที่เอาไว้เพื่อเผชิญหน้ากับเทนชิ และคุยกันแบบซึ่งๆหน้า

 

เดิมทีที่รับบทคนรักของพี่เพราะแผนดึงตัวโคโมริ และมันมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับไปได้แล้ว

พอได้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้ จากที่ร่วมมือแค่ครึ่งๆกลางๆ ก็กลายมาร่วมมือแบบเต็มตัว แม้แต่ตัวเราเองก็ยังคิดเลยว่าเห็นแก่ผลประโยชน์จริงๆ

 

แต่ว่าจะขี้ขลาด น่าสมเพช แล้วมันจะทำไมละ

ฉันตัดสินใจสู้กลับไปแล้ว

แน่นอนว่ารู้อยู่เต็มอกอยู่แล้วล่ะว่าไอ้แผนนี้มันแย่

 

แต่ยังไงซะจุดจบมันก็เป็น

–โคโมริแย่งเอาแฟนปลอมๆของเราไป และเราก็แย่งเทนชิกลับคืนมา

ถ้าจะให้เขียนคงบ้าเข้าจริงๆ

 

เพราะว่าตัดสินใจไปแล้ว เลยต้องรีบจัดการ ไม่สิ กรณีแบบนี้ ควรจะค่อยๆรึเปล่านะ

ยังไงก็เถอะ ถ้าเกิดไม่เคลื่อนไหวมันก็ไม่มีความหมายอะไร

ดีที่วันนี้เป็นวันหยุดพอดี

 

“แล้วรู้เบอร์ติดต่อของโคโมริรึเปล่า?”

 

“เอ๊ะ อา ก็เคยถามเอาไว้ตอนที่เป็นแฟนปลอมๆอยู่หรอก…แต่ช่วงนี้ไม่ได้ติดต่อกันเลย”

 

“ถ้างั้นก็รีบๆคุย แล้วชวนโคโมริไปเดทให้ไวเลย”

 

“ยังไงนะ!? ว ว วันนี้ฉันพึ่งจะแสดงให้โคโมริคุงเองนะว่ามีแฟนแล้วน่ะ? จะให้ชวนได้ยัง—-”

 

“ยัยบ้า เหตุผลที่จะชวนมันจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนันแหละ อย่างแบบเลือกของขวัญให้เคนโกอะไรแบบนั้น ถ้าจำไม่ผิดพี่ประกาศว่าโคโมริเป็นคนรับใช้ไปใช่มั้ยละ ถ้างั้นก็ทำให้มันพอดีในแง่ของบทบาทก็ได้ไม่ใช่รึไง”

 

“ต แต่ว่าถ้าเกิดว่าใช้เวลากันสองต่อสองกับโคโมริคุง….แล้วท้องขึ้นมาใครจะรับผิดชอบละ”

 

ไม่รู้โว้ย! ตอนที่เป็นคนรักปลอมๆมันก็ต้องมีอยู่กันสองต่อสองบ้างไม่ใช่รึไงฟะ!

ถ้าเกิดอยู่กันสองต่อสองแล้วท้องก็คือจะเป็นครอบครัวใหญ่ไง!

{TL:นี่เอ็งกะมอบให้พี่เอ็งท้องเลยเหรอวะ}

 

“อ อีกอย่างถ้าจะชวนโชตะคุง ก็อยากให้เขารู้สึกสนุกด้วย วางแผนเดทให้มันดีที่สุดก่อนก็ได้ไม่ใช่เหรอ”

 

“แล้วจะใช้เวลาวางแผนเดทนั่นกี่วันละ?”

 

“ก็คงราวๆปีหนึ่งแหละ”

 

“นานไปเฟ้ย!”

 

แค่ชวนไปเดทยังปี1 ถ้าจะพิชิตใจโคโมริคงหลายสิบ ไม่สิหลายร้อยปีเลยมั้ง

บ้ารึเปล่าเนี่ย! ขอค้านเลย ค้านแบบขาดใจ!

 

“แต่ว่า…”

 

“จะ[แต่]หรือ[ก็]ก็ห้ามทั้งนั้นแหละ”

 

“จู่ๆก็อะไรเนี่ย เมื่อวันก่อนยังอิดออดที่จะเล่นบทคนรักอยู่เลยแท้ๆ….มีอะไรแบบใหนมาดลใจกันละ”

 

พี่สาวมองมาด้วยความสงสัยในท่าทีที่แข็งกร้าว

หึย มีแค่อีแบบนี้ใช่มั้ยเนี่ยที่เฉียบแหลมน่ะ

…ไม่หรอก มันก็เป็นธรรมดาที่จะสงสัย

{Tl:นัตสึคาวะเก่งฉลาดในทุกๆเรื่องยกเว้นเรื่องความรักนะครับ}

 

ถึงจะเป็นแบบนั้นก็จะให้ความในใจจริงๆมันรั่วออกไปไม่ได้ด้วย

แรกเริ่มเดิมทีพี่ยังใช้น้องชายอย่างเราเลย

เราที่จะใช้พี่คืนก็เหมือนเป็นราคาของมันไงละ Give and Take มันต้องช่วยกันและกันใช่มั้ยละ

 

ผมตัดสินใจที่จะโกหกออกไปโดยที่ไม่บอกถึงสถานการณ์ให้ฟัง

 

“เข้าใจผิดแล้ว ไม่ได้มีอะไรมาดลใจทั้งนั้นแหละ ก็แค่อยากจะลาขาดบทบาทนี้ให้ได้เร็วที่สุดก็เท่านั้นเอง แต่ถ้าเกิดปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่พี่ต่อให้ผ่านไปกี่ร้อยชาติคงไม่มีทางคืบหน้านี่นา ก็เลยจะให้ยืมความฉลาดของผมก็เท่านั้นเอง”

 

“….เหรอ”

 

ขี้สงสัยซะจริงนะพี่ ดูเหมือนตาคู่นั้นจะยังไม่มั่นใจซะทีเดียวสินะ ช่างปะไร ก็ไม่ได้จะหลอกให้สนิทใจแต่แรกอยู่แล้ว

 

“แล้วจะเอายังไงละ? ก็รู้อยู่หรอกว่ากลัวที่จะชวนไปเดท—แต่ถ้าเกิดชั่งน้ำหนักความกลัวแค่ไม่กี่นาทีกับการที่ได้ไปเดทกับโคโมริ จะเอนไปทางใหนละ? ลองจินตนาการดูสิ ฉากที่ส่งอ้ามไปให้โคโมริด้วยข้าวกล่องทำเอง ฉากที่นอนหนุนตัก ฉากที่กุมมือกัน แล้วตอนพลบค่ำบรรยากาศดีๆอารมณ์พาไปก็อาจจะไปประกบปากกัน—แอ้ก”

 

ขณะที่กำลังพูดอยู่ก็โดนหมอนอิงอันใหญ่ฟาดเข้าที่หน้า

คนที่ขว้างเป็นใครไปไม่ได้ นอกซะจากพี่สาว

 

“เจ็บ…..ยัยนี่นิ ทำอะไรเนี่ย!”

 

ผมตะโกนออกมาเสียงดัง

และก็เห็นหน้าของพี่ที่กำลังแดงเหมือนลูกแอปเปิ้ล และก็ลุกขึ้นไล่ไอน้ำออกไป

ไอ้ความอายนี้….จิ้นไปถึงอะไรอยู่ล่ะนั่น

 

“หิ้วโคโมริคุงกลับบ้าน แล้วก็พาดบันไดสู่ความเป็นผู้ใหญ่–”

 

โอ๊ะ ที่เราคิดไว้เป็นเป็นความสัมพันธ์หวานอมเปรี้ยวแบบเด็กนักเรียน แต่เหมือนผู้หญิงที่อยู่ข้างหน้านี้จะคิดถลำไปไกลกว่านั้นแฮะ

ไม่เคยคิดเลยว่าวันที่กังวลเกี่ยวกับพรหมจรรย์ของผู้ชายแทนที่จะเป็นของผู้หญิงจะมาถึง…. ฐานะของผู้หญิงมันยังไงเนี่ยไม่มีอะไรให้คิดเลยเราะ แต่ก็สะดวกดี

 

ถ้าพี่กับโคโมริทำตามที่ตกลงไว้ก็ช่างมันปะไร โคโมริเองถ้าเกิดล้ำเส้นไปก็คงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรับผิดชอบ แล้วก็จะเลิกยุ่งกับเทนชิ

และยิ่งไปกว่านั้น ในตอนที่ความสัมพันธ์มันไปถึงขั้นนั้นแล้ว พี่ก็คงไม่ยอมให้โคโมรินอกใจแน่ๆ เพราะว่าหล่อนเป็นคนที่ขี้หึงและหวงของของตัวเองเป็นที่สุดล่ะนะ สำหรับเราแล้วไม่มีผู้หญิงคนใหนที่ทำให้รู้สึกแน่ใจไปมากกว่านี้อีกแล้ว

 

“เข้าใจแล้วล่ะ จะลองชวนโชตะคุงตาที่เคนโกบอกดูแล้วกัน แลกกับการที่วันนี้นายไม่ได้นอนแล้วกันนะ”

 

“ก ก็เอาสิ….”

 

และหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้นอนแบบจริงๆ

 

และแล้วคืนต้องห้ามของพี่น้องแท้ๆก็—ซะที่ใหนละ เพราะต้องตามติดแผนเดทของพี่สาวนั่นแหละ

ประมาณตี3 แฟชั่นโชว์ของเสื้อที่จะใส่ไปเดตก็ได้เริ่มต้นขึ้น และก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้มันจบๆไปซะตรงนั้นเลย

ฝากด้วยนะพี่…เท่านี้ก็จะได้ลดความชอบของโคโมริลง และก็จะปลิวหายไปตอนที่กลับ เตรียมใจเลย

======จบตอน======

เป็นบ้าตามพี่ไปแล้วเรียบร้อย
___________________

ติดตามผลงานอื่นๆและสนับสนุนผู้แปลได้ที่

ดอกไม้ไฟ | Facebook

Options

not work with dark mode
Reset