Scholar’s Advanced Technological System 65

ตอนที่ 65

ตอนที่ 65 รับการสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญ

 

 

สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และไม่นานมันก็เป็นวันรับการสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญในปักกิ่ง

 

ทางมหาลัยคืนค่าตั๋วรถไฟให้ แต่ค่าโรงแรมนั้นไม่ใช่

 

ทั้งสามมาปักกิ่งโดยขึ้นรถไฟ และทุกคนก็จองโรงแรมใกล้กับมหาลัยเยียนจิง

 

พวกเขาไม่ได้คุยกันอีกคืนนั้น

 

ทั้งสามวางแผนจะพบกันวันถัดไปตอนแปดโมงเช้าในห้องนั่งเล่นของมหาลัยเยียนจิงซึ่งอยู่นอกห้องสัมภาษณ์

 

เมื่อพวกเขามาถึง พวกเขาก็เห็นคนพลุกพล่านแล้ว ไม่เพียงแต่จะมีทีมแข่งเท่านั้น แต่ยังมีนักข่าวที่มาสัมภาษณ์ทีมแข่งด้วย

 

ลู่โจวไม่อยากปรากฏในทีวี เขาจึงหาที่ไกลๆหน่อยแล้วนั่งลง เขาหยิบวิทยานิพนธ์ฉบับคัดลอกออกมาแล้วเริ่มเตรียมตัวครั้งสุดท้าย

 

อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้เริ่มอ่านอักษรตัวแรก เขาก็ได้ยินบทสนทนาใกล้ๆ

 

“…ผู้เชี่ยวชาญได้เลือกตัวผู้ชนะก่อนการสัมภาษณ์เสียอีก การสัมภาษณ์ก็แค่การทดสอบความถูกต้องของวิทยานิพนธ์ของคุณ” ไม่ไกลจากตรงนั้น คนที่ดูเหมือนอัจฉริยะเอนตัวพิงเก้าอี้แล้วกล่าวกับเพื่อนร่วมทีม “ฉันมาที่นี่สามครั้งแล้ว”

 

ผู้ฟังประหลาดใจ “ตกลงผู้ชนะถูกเลือกแล้ว?”

 

“พวกเขาเขียนสคริปต์แถลงข่าวไปแล้ว!” อัจฉริยะกล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

“ท่านเทพ คุณมาจากไหน?”

 

“อู๋ต้าวโข่ว”

 

ทุกคนเผยสีหน้าชื่นชม

 

อัจฉริยะของอู๋ต้าวโข่วนั้นแตกต่างจากที่อื่น!

 

ได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศสามครั้ง มันน่าประทับใจมาก!

 

บางทีชายคนนี้อาจจะได้รับรางวัล Higher Education Society Cup?!

 

แต่มหาลัยอู๋ต้าวโข่วคล้านเกินกว่าจะมาเข้าร่วมการแข่งขันการสร้างแบบจำลองระดับประเทศ เพราะพวกเขาสนใจแค่การแข่งขันภายในมหาลัยเท่านั้น

 

แต่สุดท้ายพวกเขาก็เข้าร่วมการแข่งขัน…

 

ลู่โจวนั่งอยู่ใกล้ๆและมีความประหลาดใจถูกเขียนไว้บนใบหน้า

 

นี่เป็นเรื่องจริงเหรอ?

 

เขาคิดว่าการสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญจะคล้ายกับการพรีเซ้น เขาไม่รู้เลยว่าเขามาที่นี่เพื่อแสดงตัวเท่านั้น เขาใช้เวลาสามวันในการแก้ไขพาวเวอร์พ้อย สรุปไม่มีใครสนใจพาวเวอร์พ้อยด้วยซ้ำ

 

ลู่โจวไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี

 

แม้ว่าเขาจะมีที่นี่เพื่อแสดงตัวเท่านั้น แต่เขาก็ยังได้อะไรกลับไปบ้างใช่มั้ย? สุดท้ายแล้วอัจฉริยะทั่วประเทศมารวมกันอยู่ที่นี่ ถ้าเขาหาเพื่อนระดับนี้ได้ มันจะช่วยเขาในเรื่องความก้าวหน้าทางอาชีพในอนาคต…

 

อย่างไรก็ตามนั่นเป็นเพียงทฤษฏีและมันก็ใช้ไม่ได้กับชีวิตจริงเสมอไป

 

อัจฉริยะต่างก็เย่อหยิ่ง กลุ่มคนที่เย่อหยิ่งจะไม่สามารถหาเพื่อนได้ เพราะพวกเขาคุยกันดีๆไม่ได้ด้วยซ้ำ

 

หลินอวี่เซียงรู้สึกไม่สบายใจและอึดอัดใจเมื่อได้นั่งอยู่ท่ามกลางคนกลุ่มนี้

 

เธอเคยติดอยู่ระหว่างสองอัจฉริยะ อย่างไรก็ตามตอนนี้มีอัจฉริยะเป็นสิบๆคนอยู่รอบตัวเธอ ในฐานะนักศึกษาโง่ เธอรู้สึกถึงความเข้ากันไม่ได้และเธอก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาล!

 

รอยยิ้มหวานและไร้เดียงสาของเธอเริ่มฝืนๆและผิดธรรมชาติ

 

ลู่โจวกำลังอ่านวิทยานิพนธ์ในมือเพื่อเตรียมตัวสำหรับการสัมภาษณ์ที่กำลังมาถึง แต่แล้วก็มีนักข่าวสาวมาพร้อมกับตากล้อง

 

“สวัสดีค่ะ คุณคือลู่โจวใช่ไหม?”

 

เมื่อหลินฟ่านเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นไมโครโฟน เขามีความสงสัยอยู่ในใจ แต่เขาก็พยักหน้าแล้วกล่าว “ครับ”

 

“ฉันมาจากปักกิ่งไดอารี่ ฉันขอสัมภาษณ์คุณได้ไหม?”

 

“ได้ครับ คุณอยากถามอะไร?”

 

“ขอบคุณค่ะสำหรับความร่วมมือ” นักข่าวสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม เธอกล่าวต่อ “คุณรู้สึกยังไงเกี่ยวกับการแข่งขันการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์?”

 

ลู่โจวคิดแล้วกล่าว “ก็พอได้”

 

นั่นคือทั้งหมดที่เขากล่าว

 

“…” นักข่าวสาวยิ้มอย่างสุภาพแล้วถามต่อ “ก็พอได้? คุณรู้สึกว่าโจทย์มันยากไหม?”

 

“มันก็…โอเค” ลู่โจวกล่าว

 

จบ!

 

ฉันเกือบพูดว่า’ก็พอได้’อีกครั้งแล้ว

 

ลู่โจวยกย่องความฉลาดของตนอย่างเงียบๆ

 

นักข่าวสาว “…”

 

หลังจากลู่โจวส่งนักข่าวไปได้ในที่สุด เขาก็เตรียมสงบใจลงแล้วอ่านวิทยานิพนธ์ แต่แล้วก็มีชายคนนึงเดินมาหาอีก

 

ชายคนนั้นสวมชุดสูทที่โดดเด่นและดูมีการศึกษา ลู่โจวคิดว่าเขาดูดีเลยทีเดียว เขามีบรรยากาศคล้ายกับหวังเสี่ยวตง แต่รุนแรงกว่า

 

เมื่อมีผู้ชายหล่อเดินมา แววตาของหลินอวี่เซียงก็เปล่งประกาย เธอใช้โทรศัพท์เป็นกระจกเพื่อเล่นหน้าม้า

 

จุดที่น่ากระอักกระอ่วนก็คือชายคนนี้ไม่ได้มองเธอเลย เขาไม่เห็นแม้แต่หวังเสี่ยวตงอยู่ในสายตา เขาจับจ้องอยู่ที่ลู่โจวเพียงคนเดียว

 

“นายคือลู่โจวใช่ไหม?”

 

ลู่โจวเงยหน้าขึ้นแล้วกล่าว “…คุณคือ?”

 

“เหว่ยเหวิน จากมหาลัยเยียน” เหว่ยเหวินกล่าวและยื่นมือออกมา เขากล่าวต่อ “ฉันเห็นวิทยานิพนธ์ของคุณใน [ทฤษฏีอินเวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวดำเนินการเชิงเส้นและฟังก์ชั่นเชิงเส้น] มันเขียนได้ดีมาก”

 

ลู่โจวยิ้มแล้วจับมือ “คุณสุภาพเกินไป”

 

“ไม่จำเป็นต้องถ่อมตน” เหว่ยเหวินกล่าวและปล่อยมือลู่โจว จากนั้นเขาก็กล่าว “แน่นอน วิทยานิพนธ์ของคุณอาจจะดี แต่ฉันเป็นผู้ชนะการแข่งขันนี้”

 

ลู่โจว “???”

 

หลังจากเหว่ยเหวินกล่าวจบ เขาก็หันหลังกลับแล้วจากไป

 

ขณะที่ลู่โจวมองแผ่นหลังของชายคนนี้ เขาก็สับสน

 

อะไรเนี่ย? เขาถ่อมาหาเขาเพื่อจับมือแล้วพูดจาไร้สาระเนี่ยนะ?

 

และฉันก็ดันใช้เวลาทั้งหมดนี้วิเคราะห์ว่าทำไมเขาถึงมา

 

ฉันเป็นคนปกติคนเดียวที่อยู่ที่นี่เหรอ?

 

ลู่โจวส่ายหน้าแล้วตรวจสอบวิทยานิพนธ์ของตนต่อ แต่เวลานั้นเองเสียงออดก็ดังขึ้น

 

การพรีเซ้นเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

 

…..

 

ในห้องสัมภาษณ์ ผู้ตัดสินนั่งอยู่ที่โต๊ะผู้ตัดสินอย่างมืออาชีพ

 

ลู่โจวรู้สึกมึนกับสมญานามของพวกเขาแล้ว

 

เขาเล่นพาวเวอร์พ้อยตามแผน

 

การพรีเซ้นพาวเวอร์พ้อยก็จบลง

 

ลู่โจวกำลังรอคำถามจากคณะกรรมการการจัดการแข่งขันอย่างกระวนกระวาย แต่แล้วหนึ่งในชายชราที่นั่งอยู่ตรงกลางก็เปิดปากพูด

 

“คุณเห็นโอกาสอะไรในการลงจอดบนดวงจันทร์?”

 

อะไรนะ?

 

คำถามนี้เกี่ยวข้องกับวิทยานิพนธ์เหรอ?

 

อย่างไรก็ตามลู่โจวไม่ลังเลเลย เขาตอบทันทีอย่างฉะฉาน

 

“มันมีความหมาย”

 

“มีความหมายยังไง? ฉันคิดว่ามันเสียเงินเปล่า” ชายชรากล่าว เขาถามต่อ “ไม่นานมานี้ ฉันได้คุยเรื่องนี้กับเพื่อนเก่า ในแถบชนบทของประเทศหลายแห่ง เด็กๆไม่มีโต๊ะเรียนด้วยซ้ำ ค่าใช้จ่ายในการลงจอดดวงจันทร์คือหมื่นล้านเหรียญต่อปี เทียบกับอเมริกาหรือรัสเซีย มันมีความหมายแค่ไหนเชียว?”

 

ลู่โจวมองชายชราด้วยสายตาแปลกๆ เขาไม่รู้ว่าชายชราหมายความว่ายังไงถึงถามคำถามแบบนี้ เขากำลังถามถึงอนาคตของเทคโนโลยีการบินและอวกาศ? คุณค่าทางวิทยาศาสตร์ของการลงจอดดวงจันทร์? หรือโปรเจ็คอวกาศเพิ่มจิตวิญญาณของชาติ?

 

เขาไม่แน่ใจ

 

ลู่โจวแอบสังเกตผู้ตัดสินคนอื่นแล้วเห็นว่าพวกเขากำลังเฝ้าดูด้วยความสนใจอย่างยิ่ง

 

เมื่อหลินอวี่เซียงเห็นหัวหน้าทีมของเธอไม่ได้พูด เธอจึงอดรู้สึกกังวลไม่ได้ อย่างไรก็ตามหวังเสี่ยวตงยืนอยู่หลังลู่โจวโดยไร้อารมณ์ บางทีเขาอาจคิดว่าหัวหน้าทีมจะมีคำตอบหรือไม่ก็เขาก็ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงเหมือนกัน

 

ลู่โจวคิดเล็กน้อยแล้วเปิดปากพูด

 

“ท่านคิดว่ากำแพงเมืองจีนมีความหมายไหม?”

 

คิ้วของชายชราเลิกขึ้น เขาไม่คาดหวังกับคำตอบเลย เขายิ้มแล้วกล่าว “แน่นอนว่ามันมีความหมาย มีคนจีนคนไหนบ้างที่ไม่เห็นด้วย?”

 

“นั่นเป็นปัจจุบัน แต่ในอดีตล่ะ?” ลู่โจวถามด้วยรอยยิ้ม เขามองชายชราแล้วกล่าว “กว่าพันปีที่แล้ว ผู้คนมากมายคัดค้านการเสียทรัพยากรโดยเปล่าประโยชน์และยกเลิกโปรเจ็คที่ยิ่งใหญ่มากมาย ฮ่องเต้ฉือจิ้งถังถูกวิพากษ์วิจารณ์มากว่าพันปีเพราะเรื่องนี้ ตอนนี้ถ้าเราคิดว่ามันเสียเงินเปล่าและคิดว่าขีปนาวุธกับดาวเทียมก็เพียงพอแล้ว เราจะไม่ถูกคนรุ่นถัดไปวิพากษ์วิจารณ์เช่นกันหรือ? มันเหมือนกับเรายอมแพ้ต่อจักรวาล?”

 

โต๊ะของผู้ตัดสินนิ่งเงียบไป

 

แม้ว่าหลินอวี่เซียงจะกลั้นหายใจ แต่เธอก็ยังมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า หวังเสี่ยวตงยังคงไร้อารมณ์ แต่เขากำหมัดแน่น

 

ชายชรามองลู่โจวแล้วพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

 

“ฮ่าๆๆ ใช่แล้ว! คำตอบที่ดี!”

 

จบแล้ว?

 

ลู่โจวไม่อยากจะเชื่อ ผู้ตัดสินคนนี้ปล่อยเขาไปจริงๆ

 

แล้ววิทยานิพนธ์ล่ะ? ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของวิทยานิพนธ์หรือ? ทำไมขั้นตอนสำคัญถึงถูกข้ามไป? กลับกันเขาดันถูกถามเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องแทน

 

เขาไม่เชื่อว่าชายชราจะไม่รู้ความหมายที่อยู่เบื้องหลังของการบินและอวกาศ

 

หลังจากผู้ตัดสินส่งสัญญาณให้ลู่โจวออกไป ลู่โจวก็หยิบUSBของตนแล้วออกไปจากห้องพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมทั้งสอง

 

ก่อนที่เขาจะจากไป เขาก็เหลือบมองป้ายชื่อของชายชรา

 

เขาช็อค

 

เหรินจ่างหมิง!

 

แน่นอนชื่อไม่ได้ทำให้เขากลัว แต่เป็นสมญานามที่อยู่ท้ายชื่อต่างหาก

 

อดีตนักออกแบบชาวจีนของโปรเจ็คสำรวจดวงจันทร์!

 

หลังจากลู่โจวและเพื่อนร่วมทีมออกจากห้อง เหรินจ่างหมิงก็มองชายชราข้างเขาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “เฒ่าหวัง คุณพอใจกับคำตอบนี้ไหม?”

 

“โอ้ ทำไมคุณถึงยกบทสนทนาของเรามาพูดบนเวทีล่ะ? นักศึกษาจะรู้อะไร? เขาก็แค่หลงตัวเอง” หวังจ้งอี้กล่าว แม้ว่าเขาจะไม่พอใจ แต่จากสีหน้าของเขา ดูเหมือนเขาจะปากไม่ตรงกับใจ

 

หวังจ้งอี้หยุดแล้วถาม “นักศึกษาคนนั้นชื่ออะไร?”

 

เหรินจ่างหมิงเปิดฝากขวดสูญญากาศแล้วจิบน้ำร้อนก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ลู่โจว”

 

หวังจ้งอี้ขมวดคิ้วแล้วกล่าว “ฉันคิดว่าฉันเคยได้ยินชื่อเขามาก่อน…”

 

…..

 

เมื่อทั้งสามกลับโรงแรมในตอนบ่าย พวกเขาก็รวมตัวกันอยู่หน้าทีวีห้องลู่โจว

 

ผู้ชนะจะถูกประกาศทางทีวี

 

ดูเหมือนการสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญมีไว้แค่ให้ทีมไปแสดงตัวเฉยๆจริงๆ ผู้ชนะถูกตัดสินก่อนเริ่มสัมภาษณ์ ไม่งั้นมันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะตัดสินผู้ชนะในเวลาอันสั้นแบบนี้

 

พวกเขาไม่มีเวลาแลกเปลี่ยนความเห็นกันด้วยซ้ำ!

 

“มันคงดีมากถ้าเราได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ” หลินอวี่เซียงกล่าวขณะดูทีวี เธอกระซิบ “ฉันเห็นอัจฉริยะมากมายอยู่ในห้องนั่งเล่น”

 

“ใช่” หวังเสี่ยวตงกล่าวและพยักหน้า เขาเสริม “ฉันเห็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาสองสามคนในห้องนั่งเล่น”

 

“คุ้นหน้า?” ลู่โจวถาม

 

“ใช่” หวังเสี่ยวตงพยักหน้า เขากล่าวด้วยใบหน้าปราศจากอารมณ์ “ฉันเห็นพวกเขาที่งานประกวดการเขียนโปรแกรมนักศึกษามหาลัยแห่งชาติเมื่อปีที่แล้ว”

 

ไม่แปลกใจเลย!

 

งั้นนี่ก็เป็นการรวมตัวกันของอัจฉริยะจริงๆ

 

ลู่โจวพยักหน้าและจ้องทีวีต่อ

 

การแข่งขันอย่างการแข่งขันการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มีผู้ชมน้อย ดังนั้น CCTV จึงไม่ได้ใช้เวลารายงานมากนัก กลับกันพวกเขาจะแทรกระหว่างข้อความข่าวแทน

 

“บ่ายวันนี้การสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญครั้งสุดท้ายของการแข่งขันการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ได้รับข้อสรุปแล้ว มีนักศึกษาปริญญาตรีและนักศึกษาวิทยาลัยอาชีพมากกว่า 70,000 คนในประเทศและมีรางวัลชนะเลิศระดับประเทศกว่า 300 รางวัล”

 

“จากรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ 300 รางวัล มีรางวัลพิเศษสองรางวัล รางวัล Higher Education Society Cup และรางวัล the Matlab Innovation Award”

 

มาแล้ว

 

ลู่โจวกำหมัดแน่น เขากลั้นใจมองบนหน้าจอ

 

ช่วงเวลาตัดสินของผลประเมิณภารกิจของฉันมาถึงแล้ว!

 

รายชื่อผู้ชนะถูกประกาศออกมาแล้ว

 

ผู้ที่ได้รับรางวัล Higher Education Society Cup ระดับปริญญาตรีคือ…

 

ลู่โจว หวังเสี่ยวตง หลินอวี่เซียง(มหาวิทยาลัยจินหลิง)!

Scholar’s Advanced Technological System

Scholar’s Advanced Technological System

Score 10
Status: Completed

ตอนที่ 1 – 801 อ่านนิยาย

( อ่านต่อข้างล่าง )


หลังจากทุกข์ทรมาณจากลมแดดขณะทำงานภายใต้ความร้อนที่ร้อนระอุของฤดูร้อน ลู่โจวนักศึกษามหาวิทยาลัยที่ยากจนแต่ขยันขันแข็งได้กลายเป็นเจ้าของระบบเทคโนโลยีขั้นสูง ด้วยความโกงที่ระบบมอบให้ ชีวิตในรั้วมหาลัยของเขาจึงเปลี่ยนไปในข้ามคืน

ปริญญาโท? ง่ายดายยิ่ง

ปริญญาเอก? นั่นไม่ใช่ปัญหา

จากที่ไม่มีใครรู้จัก เขาได้กลายเป็นดาราดังแห่งวงการวิทยาศาสตร์อย่างรวดเร็ว ด้วยภารกิจที่ระบบมอบให้ เขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางผู้ชนะรางวัลโนเบล

“ระบบ แต้มแลกเป็นเงินได้ไหม?”

“ไม่ได้”

“เชี่ย งั้นนายทำไรได้!?”

“ระบบจะทำให้ท่านกลายเป็นสุดยอดนักวิชาการ กลายเป็นผู้ปกครองเหนือมวลมนุษย์ ท่านจะเอาเงินไปทำอะไร?”


Options

not work with dark mode
Reset