Bringing Culture to a Different World 49 ห่านดำ

ตอนที่ 49 ห่านดำ

เบลล์สวย! นั่นคือความคิดแรกของศาสตราจารย์ซาลินย่าเมื่อเขาดูภาพยนตร์เรื่องนี้ เขาใกล้จะเป็นคนวัยกลางคนแล้ว ในขณะที่“ โฉมงามกับเจ้าชายอสูร” อาจทำให้วัยรุ่นหลายคนได้สัมผัสถึงหัวใจของเด็ก ๆ และทำให้พวกเขาน้ำตาไหล แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาก็คือเบลล์ นางเอก

 

นางเอกในละครเวทีส่วนใหญ่ไม่สมจริงมาก และไม่ว่าทักษะการแสดงของพวกนางจะดีแค่ไหน ผู้ชมจะรู้ว่านางแค่แสดงบทบาทของนางบนเวทีที่จำกัดนั้น

 

อย่างไรก็ตามเบลล์ในภาพยนตร์นั้นแตกต่างออกไป ราวกับว่านางอาศัยอยู่ในนั้น! เด็กผู้หญิงใจดี ขี้สงสัย และกล้าหาญที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ …

 

ศาสตราจารย์ซาลินย่าพบว่าเขาไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างความเป็นจริงกับนิยายได้อีกต่อไป โดยเลือกที่จะเชื่อว่าเบลล์เป็นคนจริงๆที่อาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่งในโลกนี้

 

อย่างไรก็ตามเมื่อศาสตราจารย์ซาลินย่าได้สติ เขาก็รู้ว่าเขาอยู่ในโรงละครไวเซนาสเช่ …และภาพยนตร์ที่เขาเพิ่งดูก็เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น นั่นหมายความว่านักแสดงหญิงเบลล์อาจเป็นคนที่เซอร์ไวส์เซนาสเช่อาจรู้จัก!

 

เขารู้สึกไม่มั่นคงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงการแสดง สิ่งที่เรียกว่า”ภาพยนตร์” เป็นรูปแบบการแสดงที่ห่างไกลจากละครเวที ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของคุณค่าทางความบันเทิง หรือคุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ก็ตาม…

 

ถ้ายังดำเนินต่อไป…ไม่…ไม่…เขายังมีบริษัทห่านดำ แค่ชื่อเสียงของคณะละครและเสน่ห์ของห่านดำจะทำให้เขาแน่ใจได้ว่าโรงละครแห่งชาตินอร์แลนด์ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ภาพยนตร์อาจดีกว่าละครเวที แต่ข้อเสียคือไม่มีใครได้เห็นนักแสดงตัวจริง

 

หลายคนที่ซื้อตั๋วที่โรงละครแห่งชาตินอร์แลนด์ไม่ได้ซื้อเพื่อชมการแสดง แต่ซื้อมาเพื่อชมแกลโลลี่…กระนั้นเมื่อเบลล์ในภาพยนตร์ได้สวมชุดที่งดงาม และเต้นรำกับปีศาจ ศาสตราจารย์ซาลินย่าก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเบลล์มีเสน่ห์ไม่น้อยไปกว่าห่านดำ’

 

ภาพยนตร์ยังคงเล่นต่อไปจนจบ และตามด้วยดนตรีไพเราะ รายชื่อนักแสดงจะค่อยๆถูกนำเสนอต่อผู้ชม ศาสตราจารย์ซาลินยาเห็นชื่อนักแสดงที่รับบทเป็นเบลล์… อินอร์

 

มันเป็นชื่อที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาอยู่ในธุรกิจโรงละครมาเป็นเวลาหลายปี และจำนวนนักแสดงที่เขารู้จักหรือได้ยินก็มีจำนวนมาก เป็นไปได้ไหมที่เซอร์ไวเซนาสเช่ได้พบนักแสดงหญิงที่มีพรสวรรค์อีกคน?

 

ศาสตราจารย์ซาลินย่าไม่สามารถนั่งเฉยต่อไปได้อีก เขาจดจำชื่อได้ในขณะที่เขาลุกขึ้นยืน แต่พบว่าแกลโลลี่ซึ่งอยู่ข้างๆเขาไม่เต็มใจที่จะลุกจากที่นั่งของนาง

 

“ เจ้าออกไปก่อนก็ได้ ไม่ต้องรอข้า นั่นคือคำสั่ง “แกลโลลี่กล่าว

 

“ เอ่อ…เข้าใจแล้ว”

 

การเดินทางของศาสตราจารย์ซาลินย่าครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อความปลอดภัยของลูกสาวดยุค เขารู้ว่าความสามารถของเขานั้นห่างไกลเกินกว่าที่จะเป็นผู้คุ้มกันของนาง และเขาก็ทำได้ดีที่สุดก็แค่คนนำเที่ยว

 

ศาสตราจารย์ซาลินย่าจึงรีบออกจากห้อง ทิ้งให้แกลโลลี่นั่งเงียบ ๆ คนเดียวในที่นั่งของนางเป็นเวลานาน

 

“ แค่ร้องออกมาถ้าเจ้าต้องการ” จู่ๆแกลโลลี่ก็พูดขึ้น

 

ในไม่ช้าเสียงสะอื้นก็ดังขึ้นด้านหลังแกลโลลี่ ขณะที่มีเงาพร่ามัวปรากฏอยู่ข้างหลังนาง

 

“คุณหนู ทำไมปีศาจตัวนั้นถึงตายล่ะ…”

 

ดูเหมือนว่าเสียงสะอื้นจะมาจากเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ

 

“ นั่นเป็นเทคนิคที่นักเขียนบททุกคนใช้กันมากที่สุด พวกเขานำเสนอฉากโรแมนติกที่สุดให้เจ้าก่อนที่พวกเขาจะฉีกมันอย่างไร้ความปราณี นั่นเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้ผู้ชมร้องไห้ ยิ่งสิ่งนั้นสวยงามมากเท่าไหร่มันก็ยิ่งน่าปวดใจมากขึ้นเท่านั้นเมื่อมันถูกทำลาย”แกลโลลี่กล่าวด้วยเสียงกระซิบเบา ๆ

 

นางได้รับการฝึกฝนการเต้นตั้งแต่ยังเด็ก และได้แสดงบนเวทีนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ด้วยประสบการณ์การแสดงละครเวทีหลายปีภายใต้ประสบการณ์ของนาง นางได้เห็นเทคนิคต่างๆที่นักเขียนบทละครใช้ในสคริปต์ของพวกเขามานานแล้ว นางเลิกร้องไห้ในขณะที่อ่านบท ไปจนถึงการผลักดันให้ผู้ชมน้ำตาไหลไปกับการแสดงของนางโดยไม่รู้สึกเสียใจใด ๆ

 

นางคิดว่านางจะไม่รู้สึกถึงอารมณ์ใด ๆ จากการแสดงแล้วในชีวิตนี้ แต่นางกลับไม่คาดหวังว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะให้นางเกิดความรู้สึกแบบเดียวกับที่นางรู้สึกตอนแสดงละครเวทีครั้งแรก

 

แกลโลลี่เช็ดน้ำตาออกจากมุมตา

 

นอกเหนือจากความรู้สึกสะเทือนใจแล้ว ภาพยนตร์ยังดึงดูดความสนใจของนาง

 

นางไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับการแสดงที่นำเสนอเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ขอบเขตของการแสดงไม่ได้จำกัดอยู่ที่เวทีเล็ก ๆ และตัวละครทั้งหมดไม่ได้สวมเครื่องแต่งกายที่เฉพาะเจาะจง

 

รูปแบบการแสดงนี้ทำให้นักแสดงกลายเป็นตัวละครในเรื่อง!

 

สิ่งนี้ … ถูกสร้างขึ้นมาได้ยังไง? ใช้วิธีอะไร?! และการสลับภาพเกิดขึ้นได้ยังไง…คำถามมากมายลอยอยู่ในใจของแกลโลลี่และคำถามทั้งหมดก็จบลงที่คำถามเดียว ใครเป็นผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้

 

แล้วอินอร์ที่เล่นเป็นเบลล์คือใคร? ไม่…ซีนาร์ทป็นคนรับบทปีศาจงั้นหรอ? ไม่ ต้องมีคนอื่นอยู่เบื้องหลังภาพยนตร์เรื่องนี้

 

แกลโลลี่นั่งอยู่ในที่นั่งของนางอย่างเงียบ ๆ ในที่สุดชื่อหนึ่งก็ปรากฏขึ้นหลังจากรายชื่อนักแสดงที่หนาแน่น

 

“ ผู้กำกับ:โจชัว

 

“ ผู้อำนวยการสร้าง: โจชัว

 

“ ช่างกล้อง:โจชัว

 

“ นักออกแบบเครื่องแต่งกาย: โจชัว…”

 

ชื่อที่เหมือนกันหลายชื่อเต็มหน้าจอเครดิต

 

“ นั่นแหละ …” แกลโลลี่พูด

 

“ คุณหนู ข้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ท่านจะติดต่อกับผู้ชายคนนี้”

 

เงาที่เลือนรางด้านหลังแกลโลลี่หยุดสะอื้น และพูดกับนางด้วยน้ำเสียงที่จริงจังมากแทน

 

“ทำไม?”แกลโลลี่ถาม

 

“นั่น..นั่นเพราะเจ้าชายปีศาจดูเหมือนจะเป็นปีศาจแห่งบาป สัตว์ประหลาดที่มีแค่นายของข้าถึงเรียกมาได้”

 

“ ทำไมเจ้าถึงคิดว่าปีศาจต้องเป็นศัตรูกับเราเสมอล่ะ?”

 

ทันใดนั้นแกลโลลี่ก็เกิดคำถามที่น่าจะเป็นการดูหมิ่นศาสนาในเมสซา แต่นางไม่ได้เป็นพลเมืองของเมสซา  นางเป็นพลเมืองของฟารัคซี่ซึ่งเป็นประเทศแห่งศิลปะ และนางจะไม่ทำตามความเชื่อของประเทศอื่น ๆ

 

“เพราะ…”

 

“ เป็นเพราะสิ่งที่เรียกว่าคำสอน ปีศาจมีประวัติการทำสงครามยาวนานหลายศตวรรษกับศาสนจักร และ ดินแดนเหมันต์แต่แม้กระทั่งประเทศของเราก็ทำสงครามกับเมสซาเมื่อสองสามร้อยปีก่อน ในท้ายที่สุดเราก็คืนดีกันและกลายเป็นพันธมิตรกัน”

 

เมื่อสัมผัสได้ถึงความเงียบจากคนที่อยู่ข้างหลังนาง แกลโลลี่ก็ถอนหายใจ

 

“ พูดง่ายๆก็คือ ถ้าเจ้าแทนที่ชาวบ้านในภาพยนตร์ด้วยเหล่านักรบแห่งเมสซา ไม่เพียงแต่พวกเขาจะฆ่าปีศาจเท่านั้น พวกเขายังประณามเบลล์ว่าเป็นแม่มดและคบหากับปีศาจด้วย หากเจ้ามีโอกาสที่จะช่วยให้พวกเขาหลบหนีเจ้าจะช่วยพวกเขาหรือไม่?”

 

“ ข้า…ข้า…”

 

นั่นอาจเป็นความเสียใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกคนที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ พวกเขาทั้งหมดมีความต้องการที่เตือนเจ้าชายปีศาจว่าชาวบ้านที่โง่เขลากำลังมา เพื่อที่เขาจะได้หลบหนีไป นางเองก็ไม่มีข้อยกเว้น

 

“ ข้าไม่รู้ว่าจะตอบยังไง”แกลโลลี่รู้สึกได้ถึงความลังเลในน้ำเสียงของนาง

 

ในอดีต หากนางต้องเผชิญหน้ากับปีศาจ แกลโลลี่เองย่อมลังเลแน่ แม้ว่านี่จะเป็นเพียงการยกตัวอย่าง แต่นางก็ควรจะให้คำตอบที่หนักแน่น แต่นางกลับไม่ได้ตอบ

 

บางทีนั่นอาจเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริงของหนัง

 

“กลับกันเถอะ.หากเจ้ายังไม่พอใจ ข้าสามารถมาที่นี่ได้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้ แต่ตั๋วจะไม่ได้ได้มาง่ายๆเหมือนวันนี้”

 

แกลโลลี่ยกชุดหนัก ๆ ของนาง ขณะที่นางลุกขึ้นยืน แต่ในขณะที่นางเริ่มเดินขึ้นบันไดจู่ๆนางก็หยุด

 

“ นอกจากนี้ยังมีคำถามสุดท้าย เจ้าคิดว่าอะไรน่าสนใจกว่ากันระหว่างการแสดงของข้าหรือภาพยนตร์เรื่องนี้?”

 

“ฮึ…”

 

“ พูดตามตรง” แกลโลลี่พูดพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง

 

“ ภาพยนตร์เรื่องนี้…คุณหนู…ข้า…ข้ารู้สึกง่วงนอนมาตลอดระหว่างดูการแสดงบนเวที…มันก็..เป็นเวลาประมาณ..หนึ่งปีแล้ว”

 

เสียงที่อยู่ข้างหลังแกลโลลี่เบาลงก่อนจะสั่นคลอน

 

อย่างไรก็ตามรอยยิ้มบนใบหน้าของแกลโลลี่ไม่ได้เปลี่ยนไป

 

Bringing Culture to a Different World

Bringing Culture to a Different World

Score 10
Status: Completed

โจชัวพบว่าตัวเขามาอยู่ในร่างของเจ้าชายปีศาจในต่างโลก เจ้าชายผู้ถูกมองว่าเป็นพวกแหกคอก

เขาไม่สนใจการต่อสู้เพื่อแย่งชิงบัลลังก์หรือกังวลถึงอนาคตของเผ่าปีศาจ แต่เขากลับตัดสินใจนำวัฒนธรรมของโลกเกิดเขามายังโลกนี้และพิชิตโลกใหม่นี้ผ่าน…สิ่งบันเทิง!

ก้าวแรก สร้างภาพยนตร์เพื่อเปลี่ยนความประทับใจของปีศาจเสียก่อน…

Options

not work with dark mode
Reset