สตรีแกร่งตระกูลไป๋ 1334 เสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา

ตอนที่ 1334 เสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา

ตอนที่ 1334 เสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา

เกาอวี้สิงได้ยินไป๋ชิงเหยียนกล่าวเช่นนี้จึงวางใจลงไม่น้อย แผ่นหลังที่แข็งทื่อค่อยๆ ผ่อนคลายความกังวลลง ความเจ็บปวดถาโถมเข้าสู่ร่างกาย เขาเกือบเซล้มลงตรงหน้าไป๋ชิงเหยียนอย่างทรงตัวไม่อยู่

ไป๋ชิงเหยียนจับบ่าของเกาอวี้สิงเพื่อช่วยพยุงร่างของเขาเอาไว้พลางบีบแขนของเกาอวี้สิงแน่น

“ไม่ต้องห่วง มีข้าอยู่ทั้งคน”

สำหรับไป๋ชิงเหยียนเกาอวี้สิงคือคนสำคัญที่รอดชีวิตกลับมาของกองทัพไป๋ คือเรื่องน่ายินดีสำหรับทุกคนในกองทัพไป๋

ไป๋ชิงเหยียนเรียกเว่ยจงเข้ามาด้านใน จากนั้นให้เว่ยจงลอบนำตัวเกาอวี้สิงไปพักรักษาตัวและให้หมอหลวงหวงตรวจอาการที่ตำหนักด้านข้างก่อน เมื่อหมอหลวงหวงทำแผลให้เกาอวี้สิงเสร็จเรียบร้อยค่อยให้คนส่งเขาไปรักษาตัวที่จวนไป๋ต่อ

แม้เกาอวี้สิงจะยังไม่ค่อยวางใจสักเท่าใด ทว่า เมื่อเห็นท่าทีที่มั่นใจของไป๋ชิงเหยียนและคิดได้ว่าตอนนี้เสี่ยวไป๋ไซว่ของพวกเขาคือจักรพรรดินีของต้าโจวแล้วเขาจึงคลายความกังวลของตัวเองลง เขาฝืนยันกายลุกขึ้นยืน แทบจะทิ้งน้ำหนักทั้งร่างของตัวเองไปที่เว่ยจง จากนั้นถูกเว่ยจงประคองออกไปยังตำหนักด้านข้างอย่างลับๆ

เดิมทีขันทีอยากเข้ามาทำความสะอาดรอยเลือดในตำหนัก ทว่า ถูกไป๋ชิงเหยียนห้ามไว้ก่อน หญิงสาวสั่งให้ขันทีเช็ดรอยเลือดตามทางเดินไปยังตำหนักด้านข้างเท่านั้น หากเซียวหรงเหยี่ยนพาขุนนางของต้าเยี่ยนมาที่ตำหนักพวกเขาจะได้เห็นหลักฐานว่ามือสังหารได้รับบาดเจ็บหนักจริง

ที่สำคัญไป๋ชิงเหยียนไม่อยากบอกฐานะที่แท้จริงของเกาอวี้สิงให้เซียวหรงเหยี่ยนรับรู้ หากเซียวหรงเหยี่ยนรู้ว่าเกาอวี้สิงคือคนของกองทัพไป๋ชายหนุ่มอาจสั่งให้ตรวจค้นแคว้นต้าเยี่ยนอย่างละเอียดอีกครั้ง หากเป็นเช่นนั้นสายลับที่อาฉีส่งไปแฝงตัวในต้าเยี่ยนคงถูกจับได้ ไป๋จิ่นถงที่ทุ่มเทเพื่อต้าโจวอย่างมากในต้าเยี่ยนก็อาจถูกจับได้เช่นเดียวกัน

แม้ไป๋ชิงเหยียนจะรู้ว่าแม้ไป๋จิ่นถงจะถูกจับได้ก็คงไม่มีอันตรายถึงชีวิต ทว่า ตอนนี้สองแคว้นกำลังจะแข่งขันกันด้วยระบอบการปกครองและความสามารถของแต่ละแคว้น ไป๋ชิงเหยียนในฐานะจักรพรรดินีแห่งต้าโจวย่อมอยากให้ต้าโจวเป็นฝ่ายชนะ ไม่เพียงแค่นางเท่านั้น ทุกคนในแคว้นต้าโจวจะร่วมแรงร่วมใจกันทำให้ต้าโจวเป็นฝ่ายชนะให้ได้

ดังนั้นไป๋ชิงเหยียนจึงไม่สามารถบอกฐานะที่แท้จริงของเกาอวี้สิงให้เซียวหรงเหยี่ยนรับรู้ได้

แม้ไป๋ชิงเหยียนจะรู้สึกผิดที่ต้องปิดบังสามีอย่างอาเหยี่ยน ทว่า พวกนางเคยทำสัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่เอาความรู้สึกส่วนตัวมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของแคว้น ดังนั้นไป๋ชิงเหยียนจะจดจำเรื่องนี้ไว้ในใจ เมื่อใต้หล้ารวมเป็นหนึ่งสำเร็จ เมื่อภาระบนบ่าของนางหายไป นางจะชดใช้ให้อาเหยี่ยนภายหลัง

เมื่อหลู่จิ้นและต้าหลี่ซื่อชิงกลับเข้ามาในตำหนักอีกครั้งพวกเขาไม่เห็นร่างของเกาอวี้สิงแล้ว พวกเขาได้ยินไป๋ชิงเหยียนกล่าวเพียง

“เมื่อผู้สำเร็จราชการและขุนนางของต้าเยี่ยนมาถึง ข้าจะบอกพวกเขาว่าใต้เท้าหลู่สอบสวนมือสังหารผู้นั้นรุนแรงเกินไป เมื่อคนมาถึงตำหนักใหญ่จึงสลบไปทันที ทว่า เขาเป็นนักโทษคนสำคัญข้าจึงให้เว่ยจงเชิญหมอหลวงหวงมาช่วยรักษาเขาแล้ว”

แน่นอนว่าอีกสักครู่เว่ยจงจะเข้ามารายงานนางว่ามือสังหารผู้นั้นเสียชีวิตก่อนได้รับการรักษา

หลู่จิ้นและต้าหลี่ซื่อชิงล้วนเป็นคนฉลาด พวกเขาต่างพยักหน้ารับคำ พวกเขารู้ดีว่าห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้คนภายนอกรับรู้เป็นอันขาด เว่ยกงกงคงกำชับขันทีที่รู้เห็นเรื่องนี้ให้ปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแล้วเช่นเดียวกัน

ไป๋ชิงเหยียนกำลังสรุปคดีนี้อยู่กับหลู่จิ้นและต้าหลี่ซื่อชิงว่าจะใช้ประโยชน์จากคดีนี้ได้อย่างไรบ้างเซียวหรงเหยี่ยนก็พาขุนนางของต้าเยี่ยนมาถึงพอดี

ไป๋ชิงเหยียนนั่งอยู่บนบัลลังก์ของตัวเองพลางบอกให้คนเชิญเซียวหรงเหยี่ยนและขุนนางต้าเยี่ยนเข้ามาได้

เซียวหรงเหยี่ยนสวมหน้ากากสีเงินเดินเข้ามาในตำหนักด้วยท่าทีสง่างาม ด้านหลังคือบรรดาขุนนางของต้าเยี่ยน

แสงแดดร้อนระอุในตอนกลางวันส่องกระทบหน้ากากสีเงินของเซียวหรงเหยี่ยนทำให้ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มยิ่งดูดุดัน ร่างทั้งร่างดูน่าเกรงขามมากกว่าเดิมจนขันทีที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าตำหนักไม่กล้าเงยหน้าสบตาชายหนุ่ม

ไป๋ชิงเหยียนรู้ว่า ‘มือสังหาร’ ของต้าเยี่ยนลงมือสังหารหลิ่วหรูซื่อในจวนหลิ่ว คนของจวนหลิ่วจับตัวมือสังหารได้ก่อนที่ต้าเยี่ยนจะลงมือทำสิ่งใด ที่เซียวหรงเหยี่ยนพาขุนนางต้าเยี่ยนมาในครั้งนี้น่าจะเป็นเพราะต้องการตัวมือสังหารกลับไปเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ด้วยตัวเอง พวกเขาไม่มีทางยอมรับคำสารภาพที่อยู่ในมือของหลู่จิ้นแน่นอน

เพราะหากพวกเขายอมรับเท่ากับเป็นการยื่นจุดอ่อนให้ต้าโจว

“คารวะฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ…”

เซียวหรงเหยี่ยนและขุนนางต้าเยี่ยนทำความเคารพไป๋ชิงเหยียน

ไป๋ชิงเหยียนไม่ได้บอกให้เซียวหรงเหยี่ยนและขุนนางลุกขึ้นได้

ชุนเถาถือน้ำแกงที่ฮูหยินสองหลิวซื่อต้มให้ไป๋ชิงเหยียนเข้ามาในตำหนัก ไป๋ชิงเหยียนเอนหลังพิงบัลลังก์ด้วยท่าทีสบายๆ ปล่อยให้ชุนเถาเปิดฝาน้ำแกงออกให้ จากนั้นรับช้อนจากชุนเถามาคนน้ำแกงในถ้วยเบาๆ ไอร้อนและกลิ่นของพุทรา ลำไยและนกพิราบตุ๋นส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วตำหนัก

หลิวซื่อตื่นขึ้นมาต้มด้วยไฟอ่อนให้ไป๋ชิงเหยียนหลายชั่วยามตั้งแต่เช้า เมื่อออกจากเตาจึงให้ชุนเถายกมาให้ไป๋ชิงเหยียนทานทันที

ไป๋ชิงเหยียนคนช้อนลงในถ้วยน้ำแกงช้าๆ เสียงช้อนกระเบื้องกระทบกับถ้วยกระเบื้องดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในตำหนักใหญ่

บรรดาขุนนางต้าเยี่ยนต่างก้มหน้างุดด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นผู้สำเร็จราชการไม่ได้ลุกขึ้นยืนพวกเขาจึงไม่กล้าหยัดกายขึ้นเช่นเดียวกัน ทำได้เพียงสบตากับสหายของตัวเองด้วยความหวั่นเกรง ทุกคนได้แต่เดาในใจว่าครั้งนี้คนของต้าเยี่ยนลอบสังหารขุนนางคนสำคัญของต้าโจว ต้าโจวคงเปิดศึกกับต้าเยี่ยนโดยไม่ยอมเจรจาเรื่องข้อเสนอที่ต้าเยี่ยนเสนออีกแน่นอน

“อ๋องเก้าลุกขึ้นเถิด”

ไป๋ชิงเหยียนวางช้อนในมือลง จากนั้นส่งสัญญาณให้ชุนเถาวางถ้วยน้ำแกงไว้ที่โต๊ะด้านข้าง หญิงสาวเอนกายพิงบัลลังก์พลางกล่าวขึ้นช้าๆ

“จงสิงเสี่ยวคือทูตของต้าเยี่ยน เขาเดินทางมาเจรจาเรื่องการแข่งขันด้วยระบอบการปกครองกับต้าโจว ทว่า กลับสั่งให้คนของตัวเองลงมือสังหารขุนนางของต้าโจวในแผ่นดินต้าโจว! ดูเหมือนว่าคนในราชสำนักต้าเยี่ยนจะไม่ได้เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ทุกคนเหมือนดั่งที่อ๋องเก้าบอกกับข้า ใต้เท้าจึงกล้าใช้ชีวิตของตัวเองหยุดยั้งการเดิมพันระหว่างสองแคว้นเช่นนี้ ดูเหมือนว่าต้าเยี่ยนกำลังบีบให้ต้าโจวบุกไปโจมตีต้าเยี่ยนอยู่สินะ!”

ไป๋ชิงเหยียนกล่าวอย่างไม่รีบร้อน น้ำเสียงแฝงไปด้วยรอยยิ้มหยันราวกับต้าโจวมีเหตุผลในการยกทัพบุกต้าเยี่ยนแล้ว

“ฝ่าบาทให้กระหม่อมได้พบหน้ามือสังหารผู้นั้นสักครั้งได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

เซียวหรงเหยี่ยนหยัดกายขึ้นมองหญิงสาวที่นั่งอยู่บนบัลลังก์สูง

“มือสังหารผู้นั้นเป็นหัวรั้นดังนั้นข้าเลยลงมือรุนแรงไปหน่อย หลังผ่านการสอบสวนจากข้าเขาจึงเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายมาพบฝ่าบาทแล้ว”

หลู่จิ้นกล่าวขึ้นยิ้มๆ

“เมื่อครู่เขาสลบไปตอนเข้าเฝ้าฝ่าบาท คนผู้นี้คือหลักฐานสำคัญของต้าโจวและต้าเยี่ยนฝ่าบาทจึงเชิญหมอหลวงหวงมารักษาเขาแล้ว ท่านอ๋องเก้าเชิญดูคำสารภาพของมือสังหารผู้นี้ระหว่างรอดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ขณะหลู่จิ้นกล่าว ต้าหลี่ซื่อชิงซึ่งยืนอยู่ข้างหลู่จิ้นจึงยื่นคำสารภาพในมือให้เซียวหรงเหยี่ยน

เซียวหรงเหยี่ยนรับมาอ่านคร่าวๆ จากนั้นส่งต่อให้ขุนนางต้าเยี่ยนที่ตามมาด้วยอ่าน ส่วนเขาหันไปกำหมัดคารวะไป๋ชิงเหยียนพลางกล่าวขึ้น

“ในเมื่อมือสังหารผู้นั้นคือองครักษ์ของต้าเยี่ยน ต้าเยี่ยนก็ควรชดใช้ให้ต้าโจว ฝ่าบาทได้โปรดมอบตัวคนผู้นี้ให้ต้าเยี่ยนเป็นคนสอบสวนต่อด้วยพ่ะย่ะค่ะ ต้าเยี่ยนจะสอบสวนให้แน่ชัดและให้คำตอบที่น่าพอใจแก่ต้าโจวแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

ไป๋ชิงเหยียนมองเซียวหรงเหยี่ยนนิ่ง หญิงสาวยกนิ้วเรียวยาวและขาวเนียนราวกับหยกขึ้นนวดขมับของตัวเองเล็กน้อยราวกับกำลังใช้ความคิด

สตรีแกร่งตระกูลไป๋

สตรีแกร่งตระกูลไป๋

Score 10
Status: Completed
นิยายแปลไทยเรื่อง : สตรีแกร่งตระกูลไป ผู้เขียน : เขียนฮว่าจิ้นลั่ว(干件尽落) แม้ไร้ที่พึ่งพิงแต่สตรีตระกูลไปหาใช่คนที่จะมารังแกกันได้ง่ายๆ! รายละเอียด นิยายจีนโบราณเข้มข้น ปะทะคารม ทดสอบไหวพริบ สนุกถึงใจ! เพราะถูกคนชั่วหลอกใช้ชาติก่อนคนทั้งตระกูลของนางจึงต้องตายอย่างน่าอนาถ ไร้ซึ่งคนทวงถามความเป็นธรรม ชาตินี้นางหวนกลับมาก่อนเรื่องราวเกิดขึ้น แม้เพียงเล็กน้อยแต่หากสามารถช่วยเหลือคนในครอบครัวได้แม้สักคนนางก็ยินดีทุ่มเทกำลังให้ถึงที่สุด สตรีตระกูลไปแต่ไรมาแกร่งกล้ำเพียบพร้อมบุ๋นบู๊ แม้ไร้ซึ่งที่พึ่งพิงแล้วจริงแต่ก็จะไม่ยอมให้ผู้ใดมากดขี่ได้! และเพราะเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงไปนางจึงได้พบกับ 'เขา' ไวกว่าชาติก่อน เขาผู้นี้แม้ภายนอกดูป็นมิตรและสง่งามกว่าใคร แต่นงแจ่มแจ้งดีว่าเขาเจ้าเล่ห์และอำหิตมากเพียงไหน ชาติก่อนแม้ยืนกันคนละฝั่งแต่บุรุษผู้นี้กลับเป็นผู้มอบทางรอดให้แก่นาง อย่างนั้นชาตินี้นางก็ย่อมตอบแทนเขาเป็นอย่างดีเช่นกัน "แม่นางไปช่วยเหลือข้าหลายครั้งหลายครา ใช่ว่าชื่นชอบข้าหรือไม่?" "คุณชายเข้าใจผิดแล้วล่ะ" "ข้าช่วยเหลือแม่นางไปมาหลายครั้งหลายครา แม่นางไปมีใจชื่นชอบข้าบ้างหรือไม่?" “…”

Options

not work with dark mode
Reset