ราชาเหนือราชัน 152 : เจ้าถูกล้อมแล้ว

ตอนที่ 152 : เจ้าถูกล้อมแล้ว

นิยาย ราชาเหนือราชัน ตอนที่ 152 : เจ้าถูกล้อมแล้ว

เซี่ยงเส้าหยุนไม่ได้เร่งรีบไปหาโจรหมาป่าแดงนัก เขาจะยังไม่ดําเนินการใดหากไร้ซึ่งแผนรับมืออันดับแรกจะต้องหาข้อมูลเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของโจรหมาป่าแดงเสียก่อน ด้วยมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปรสภาพมากมายเป็นสมาชิก และระดับยุทธ์ของ พวกเขายังแข็งแกร่งเช่นกัน ดังนั้น จึงต้องเตรียมเสบียงบางอย่างเพื่อจะรักษาอาการบาดเจ็บ ทั้งยังช่วยในด้านโจมตี และการป้องกัน

เขาได้ไปยังโรงสมุนไพรขนาดใหญ่ในเมือง หลังจากซื้อยารักษาจํานวนหนึ่ง เด็ก หนุ่มถามพ่อค้าเกี่ยวกับโจรหมาป่าแดง จากสิ่งที่ได้ทราบคือ ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็น หัวหน้ากลุ่มโจรหมาป่าแดง ซึ่งเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปรสภาพ อาจจะขั้นเจ็ดหรือแปด ที่รองลงมาคือรองหัวหน้าทั้งสอง พวกเขาล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปรสภาพช่วงท้าย และยังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับแปรสภาพอีกกว่าสิบคนอยู่ใต้อาณัติ

ด้วยเหตุนี้ สถาบันไผ่เขียวจึงไม่สามารถทําสิ่งใดต่อกลุ่มโจรนั่นได้ ปล่อยให้ชาว เมืองต้องทนทุกข์กับกลุ่มโจรที่คอยข่มเหงรังแก ด้วยข้อมูลที่ได้รับมา เซี่ยงเส้าหยุนจึงมั่นใจมากขึ้น และพร้อมจะมุ่งหน้าไปยังที่กบดานของกลุ่มโจรหมาป่าแดง

เนื่องจากพวกมันมีจํานวนมาก เราควรจะรอคอยโอกาสที่พวกมันแยกออกมาทีละคน และจะต้องทําอย่างระมัดระวังไม่ผลีผลาม เซี่ยงเส้าหยุนคิด

เขาสวมอาภรณ์ที่ดูหรูหรา และแสร้งทําเป็นคุณชายผู้ร่ํารวย ด้วยเชื่อว่าจะสามารถล่อโจรหมาป่าแดงได้ด้วยวิธีนี้ แต่แน่นอนว่า แค่อาภรณ์หรูหราเพียงสิ่งเดียวยังไม่พอ เขาต้องการสิ่งที่ดูหรูหราสะดุดตา มิเช่นนั้น การปลอมตัวจะไม่แนบเนียน

ดังนั้น เซี่ยงเส้าหยุนจึงซื้อมาปีศาจก่อนจะออกจากเมืองไป ม้าตัวนี้เป็นปีศาจชั้น ต่า และมันแข็งแกร่งกว่าม้าทั่วไป มีเพียงม้าชนิดนี้เท่านั้นที่จะสามารถแสดงถึงความเป็นคุณชายผู้ร่ํารวยได้

เด็กหนุ่มมุ่งหน้าไปยังแหล่งกบดานของโจรหมาป่าแดง

แหล่งกบดานของโจรหมาป่าแดงนั้นอยู่ในหุบเขาซึ่งเป็นจุดยุทธ์ศาสตร์ที่ง่ายต่อ การป้องกัน และยากต่อการถูกโจมตี ด้วยหุบเขานั้น มันเป็นเส้นทางหลักสําหรับ พ่อค้าที่จะเดินทางไปมาระหว่างเมืองต่าง ๆ และยังเป็นเส้นทางหลักที่จะเข้าไปยังเมืองไผ่เขียว

กลุ่มโจรหมาป่าแดงมีสมาชิกกว่าร้อยคน ซึ่งเป็นผู้ร้ายที่มีแต่คนเกลียดชังแต่ไม่ อาจทําสิ่งใดได้ เมื่อเวลาผ่านไปเส้นทางที่กลุ่มโจรยึดครองจึงกลายเป็นที่รกร้าง วันนี้เซี่ยงเส้าหยุนได้มาถึงที่นี่ด้วยตัวคนเดียว ดูราวกับวีรบุรุษผู้เด็ดเดี่ยว แต่ในสายตาของกลุ่มโจร เขาเป็นเพียงลูกแกะอ้วนท้วนที่รอการถูกเชือด

สัญญาณถูกส่งจากหนึ่งในสมาชิกกลุ่มโจรที่คอยเฝ้ายาม สัญญาณแจ้งเหล่า สหายของเขาว่าเหยื่อตัวอ้วนมาแล้ว หนึ่งในนั้นคือชายตาเดียว มองดูเซี่ยงเส้าหยุนจากระยะไกล ความรังเกียจปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้า “เจ้าเด็กบ้านมาจากที่ใดกัน? มัน กล้ําเข้ามาในที่ของเราโดยล่าพังเชียวหรือ? ส่งพี่ชายสองคนไปสังหารมันเสีย มาดู กันว่ามันจะร่ารวยเพียงใด”

ดังนั้น โจรสองคนจึงออกจากค่ายไป เมื่อเซี่ยงเส้หยุนเห็นโจรทั้งสองพุ่งตรงที่ตน เขารีบหนีทันที ทั้งสองต่างคิดว่าเด็กหนุ่มหวาดกลัว ดังนั้นพวกเขาจึงไล่ล่าต่อทั้งสองได้ถูกล่อไปยังที่ลับตา และถูกสังหารในเวลาต่อมา

“ดูเหมือนจะดูถูกเรามาก ถึงได้ส่งคนเพียงสองคนออกมาจัดการกับเรา” เซี่ยงเส้าหยุนบ่น

เขาขี่ม้าโดยรอบอย่างไร้กังวลอีกรอบหนึ่ง แสดงตัวให้พวกโจรได้เห็น เมื่อผู้เฝ้า ยามเห็นเซี่ยงเส้าหยุนปรากฏตัวอีกครั้งอย่างปลอดภัย เขาก็รายงานให้ชายตาเดียว
ได้ทราบ

“เหอะ เด็กนี่มันอวดดีนัก ส่งพี่น้องของเราไปเพิ่ม จงน่าหัวมันกลับมาด้วย” ชายตาเดียวกล่าวด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองต่อการกระทําของเด็กหนุ่ม

ดังนั้น โจรเจ็ดคนได้ถูกส่งมาจัดการเซี่ยงเส้าหยุน ครั้งนี้ กลุ่มโจรไร้ซึ่งผู้ฝึกยุทธ์ระ ดับพื้นฐาน และมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวเป็นผู้นํา เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ดูถูกเด็กหนุ่มอีก

อีกครั้งที่เซี่ยงเส้าหยุนหลบหนีไปจากสายตา

“เจ้าจะหนีไปไหน?” หัวหน้ากลุ่มตะโกนหลังจากยิงธนูใส่เซียงเส้าหยุน

เซี่ยงเส้าหยุนแสร้งทําเป็นหวาดกลัว และ “ทําเป็นว่าบังเอิญ” หลบลูกศรด้วยความ หวาดกลัว ก่อนจะหลบหนีไป เหล่าโจรไม่สงสัยในการกระทํา และไล่ตามอย่างไม่หยุ ดหย่อนเพื่อไล่ตามเด็กหนุ่ม แต่ไม่ช่เซี่ยงเส้าหยุนก็หายไปจากสายตาผู้เฝ้ายาม และปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบนหลังม้าสัญจรด้วยความสบายอารมณ์

“มีบางสิ่งแปลกประหลาด!” ชายตาเดียวกล่าวเมื่อรู้ว่ามีบางสิ่งผิดปกติ เขาตะโกน “เจ้ามากับข้า เราจะไปจัดการเจ้าหนูนี้ด้วยตนเอง”

“ลูกพี่ อย่าเพิ่งผลีผลามไป เขาอาจถูกส่งตัวมาจากเมืองไผ่เขียว อาจมีกองทัพซ่ อนอยู่สักแห่งเพื่อรอคอยเราเป็นแน่” ใครบางคนแนะนํา

“เป็นไปได้ แต่เราจะลืมพี่น้องที่ถูกสังหารของเราไปหรือ?” ชายตาเดียวกล่าว

“แน่นอนว่าไม่ หากมันยังกล้เข้ามา คงจะไม่ยอมแพ้เป็นแน่ เราจะต้องส่งผู้สอด แนมเพื่อคนหาผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ ก่อนที่จะตัดสินใจทําอะไร หากมันยังกล้าเข้ามาหาเรา ถึงที่ มันนั่นแหละจะต้องถูกสังหาร” มีผู้แนะนํา ชายตาเดียวยอมรับคําแนะน่านั่น และ ส่งหน่วยสอดแนมไปดูว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เขาหยุดส่งคนไปตามล่าเซียงเส้าหยุน

เซี่ยงเส้าหยุนตระหนักว่าพวกโจรรู้ทันกลอุบายแล้ว แผนของเขาเพียงต้องการยั่วยุ กลุ่มโจร และนั่นเพิ่งเป็นขั้นแรก

เซี่ยงเส้าหยุนเริ่มสัญจรโดยรอบต่อ ก่อนจะเริ่มตะโกนไปยังกลุ่มโจรหมาป่าแดง “โจรหมาป่าแดง ได้ยินข้าไหม ข้าได้ล้อมพวกเจ้าไว้แล้ว วางอาวุธลงเสีย ยกมือขึ้น และจงยอมมอบตัว ข้าจะไว้ชีวิตผู้ที่ยอมจํานน

กลุ่มโจรหมาป่าแดงหัวเราะเสียงดัง ด้วยจํานวนคนกว่าร้อยคน เจ้าหนูนี้มาเพียง ล่าพัง และยังมาแอบอ้างว่ามาล้อมเรางั้นหรือ? นี่มันเรื่องตลกอะไรกัน? พวกเขาต่าง สงสัยว่าเจ้าเด็กนี่เป็นเพียงคนบ้า

“เจ้าหน ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร แต่อย่าฝันว่าจะรอดชีวิตไปได้” ชายตาเดียวตะ โกน เขาขึ้นไปบนหลังของหมาป่าปีศาจ และพุ่งเข้าใส่เซี่ยงเส้าหยุนด้วยขวานอัน ใหญ่ในมือ

ด้วยกลุ่มโจรราวหนึ่งโหลได้ติดตามเขามา และทั้งหมดล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับ ดวงดาว ส่วนชายตาเดียว เข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวขั้นแปด นี่เป็นกลุ่มที่ทําให้ ชาวเมืองต้องหวาดกลัวด้วยผู้ฝึกยุทธ์ระดับดวงดาวกว่าหนึ่งโหลนั้น มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ ระดับแปรสภาพเท่านั้นที่สามารถหลบหนีได้

ครั้งนี้ เซี่ยงเส้าหยนไม่ได้หลบหนี ด้วยเชื่อว่าหากหลบหนี พวกกลุ่มโจรคงจะไม่ ตามไปด้วย

“ข้าจะสังหารพวกเจ้าเสียก่อน ด้วยวิธีนี้ ข้าจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้ใดไล่ล่าเรา ในภายหลัง เซี่ยงเส้าหยุนหัวเราะอยู่ภายใน หอกปรากฏขึ้นในมือขณะพุ่งปะทะกับก ลุ่มโจร

เมื่อชายตาเดียวเห็นเซี่ยงเส้าหยุนวิ่งเข้าใส่พวกตน เจตนาในการสังหารจึงพุ่ง พล่าน และเขายกขวานในมื่อ เพื่อฟาดใส่เซี่ยงเส้าหยุนอย่างแรง ขณะตะโกน “เจ้า หนู ชิมขวานของข้าเสีย!”

เซี่ยงเส้าหยุนเป็นถึงยอดฝีมือระดับแปรสภาพ เขาจึงสามารถเห็นช่องโหว่ของกา รโจมตีนั้นด้วยการมองเพียงครั้งเดียว หอกพุ่งทะลุอากาศ และแทงเข้าใส่คู่ต่อสู้ หอก ทะลุเข้าไปยังไหล่ซ้ายของชายตาเดียว

“อ๊ากกกกก!”

เซียงเส้าหยนควงหอก ส่งชายตาเดียวลอยกระแทกพื้นไม่ไกล

“สังหารมัน!” ไม่นานหลังจากชายตาเดียวกระแทกพื้น เซี่ยงเส้าหยุนเร่งม้า และพุ่ง ตรงไปยังกลุ่มโจรก่อนจะควงหอกไปรอบในอากาศ เปลี่ยนการโจมอันแหลมคม นวนมากกระหน่ําใส่กลุ่มโจร

ราชาเหนือราชัน

ราชาเหนือราชัน

Score 10
Status: Completed
~เกริ่นนำ~
จากสำนักอันยิ่งใหญ่ทรงอำนาจ สู่ความตกต่ำยังสำนักอันเล็กจ้อย เพราะมั่นใจในพรสวรรค์จึงกล่าวจะว่างเว้นฝึกฝนสิบปี กาลเวลาผันผ่าน ชีวิตพลิกกลับตาลปัตรอย่างไม่อาจหวนคืน ด้วยไร้ซึ่งกำลังจึงต้องเริ่มต้นใหม่ เพื่อทวงคืนเกียรติยศที่เคยมีกลับคืน แม้ฝืนชะตาฟ้าเขาก็ขอคิดทำให้สำเร็จ!

Options

not work with dark mode
Reset