นิยามแห่งราตรี (Night’s Nomenclature ) 111

ตอนที่ 111

ตอนที่ 111 – ป่า

 

ก่อนออกเดินทางครั้งนี้ ตอนที่เก็บกวาดแคมป์ ชิ่งเฉินไม่ได้เป็นตัวคนเดียวแล้ว

ฉินอี่อี่แม้แต่แคมป์ฝั่งตัวเองยังไม่ไปช่วยก็มาช่วยเขาเก็บเต้นท์เก็บม้านั่งอย่างคล่องแคล่ว

ถึงขนาดช่วยชิ่งเฉินหาอุปกรณ์จุดไฟ “เทพสายฟ้า” หกอันนั้นออกมาจากในกองไฟที่ดับแล้ว

เด็กสาวมาถึงตรงหน้าชิ่งเฉิน ยื่น ‘เทพสายฟ้า’ ที่เช็ดเสร็จแล้วให้เขา กล่าวว่า “ถ้าพวกคุณเริ่มติดรถก็จะไม่ทำให้แผลที่เท้าแย่ลงแล้ว”

พูดจบ เด็กสาวกลับมาที่ข้างกายฉินเฉิง ลดเสียงลงถามว่า “พ่อ ข้ารับใช้ทั่วไปต้องจ่ายค่าชดเชยเท่าไหร่เหรอ”

ชายชราฉินเฉิงถลึงมองเธออย่างโมโหแวบหนึ่ง “แกไปนั่งในรถให้มันเรียบ ๆ ร้อย ๆ ให้ฉันเลย ไปคุยกับเด็กหนุ่มนั่นให้มันน้อย ๆ หน่อย”

“ไม่เอา” ฉินอี่อี่พูดจบก็จับกระบะรถกระโดดเข้าไป ไม่ยอมถูกควบคุมโดยสิ้นเชิง

เด็กสาวในป่านิสัยป่าเถื่อนทั้งนั้น เหมือนกับแมวป่าตัวเล็ก ๆ พอโตแล้วก็หลุดจากการควบคุมของพ่อแม่

ถึงพวกเขาจะเป็นคนในเมือง แต่หลายปีมานี้ฉินอี่อี่ติดตามพ่อแม่คลุกคลีอยู่ในป่า ก็เลยเรียนรู้นิสัยป่าเถื่อนแล้ว

ฉินเฉิงมองดูลูกสาวหัวขบถแล้วถอนหายใจ จากนั้นกล่าวกับฉินถงว่า “เดี๋ยวแกไปนั่งในกระบะ ดูน้องแกด้วย”

“โอเคครับ” ฉินถงก็ถอนหายใจ

นั่งอยู่บนรถ ชิ่งเฉินค้นพบว่าในกระบะปิคอัพคันที่อยู่ข้างหลัง สิ่งที่ผ้าใบสีเขียวคลุมไว้คือกรงหนึ่งกรง ข้างในว่างเปล่า

ส่วนในรถคันนี้ที่ตัวเองนั่งวางอุปกรณ์ดักสัตว์และซ่อมรถระเกะระกะ

เสียงคำรามของเครื่องยนต์รถปิคอัพดังเหมือนม้าป่าควบทะยาน ฟังดูทรงพลังสุด ๆ

เขาล้วงม้านั่งจากในเป้ให้หลี่ซูถง อีกฝ่ายนั่งลงไปอย่างเป็นธรรมชาติสุด ๆ

ไม่ว่าปิคอัพบนถนนดินจะสะเทือนอย่างไร หลี่ซูถงล้วนนั่งอย่างมั่นคง

เวลานี้ ฉินอี่อี่กอดเข่าถามว่า “คุณลุงคะ คุณอยู่แรงก์อะไร คนสองคนก็กล้ามาที่ป่า แล้วยังกล้าไปทิศใต้ด้วย?”

ปัจจุบันนี้ ตำแหน่งที่พวกเขาอยู่ยังถือว่าอยู่รอบบริเวณเมือง

ที่นี่มีฐานการผลิตจำนวนมาก สหพันธรัฐตั้งประจำการกองพลที่สองอยู่ใกล้เคียง บางครั้งบางคราวก็จะมีหน่วยทหารลาดตระเวน ดังนั้นไม่ถือว่าอันตราย

แต่ทว่าทางใต้ไปอีกหน่อยก็ไม่ใช่แล้ว ถึงจะไม่ได้เข้าใกล้สถานที่ต้องห้าม สำหรับคนธรรมดาก็ยังอันตราย

เมื่อคืนนี้ ชิ่งเฉินยังเคยถามหลี่ซูถงว่า : แคมป์ข้าง ๆ นี่เป็นครอบครัวเดียวกันเหรอ

หลี่ซูถงตอบว่าใช่

ชิ่งเฉินไม่เข้าใจอยู่บ้าง ป่าเป็นสถานที่อันตรายขนาดนี้ ทำไมทั้งครอบครัวถึงเคลื่อนไหวด้วยกัน ถ้าเผื่อตกลงสู่อันตรายทั้งหมดจะทำอย่างไร ต้องทราบว่าในแคมป์ข้าง ๆ ยังมีผู้หญิงที่ต่อสู้ไม่เก่งด้วยนะ

หลี่ซูถงตอบว่า : พวกเขาก็ถูกบังคับจนหาทางรอดในเมืองไม่เจอแล้วจึงได้ออกจากเมืองมาประทังชีพ

สาเหตุที่คนทั้งครอบครัวต้องอยู่ด้วยกันก็เพราะว่าสถานที่อันตรายอย่างป่า คนนอกสายเลือดล้วนเชื่อไม่ได้

ถ้ากลุ่มกลุ่มหนึ่งตั้งแคมป์ที่สถานที่รกร้าง กลางดึกมีคนลุกขึ้นมาแอบขับรถไป งั้นคนที่เหลือก็ไม่ต่างอะไรกับรอความตาย

ตามการประเมินของหลี่ซูถง ชายชราฉินเฉิงเป็นหัวหน้าของกลุ่มนี้ คนหนุ่มไม่กี่คนที่เหลือไม่เป็นลูกเขาก็เป็นหลาน

ขณะนี้

หลี่ซูถงมองไปทางฉินอี่อี่ยิ้มถามว่า “เธอรู้สึกว่าฉันอยู่แรงก์อะไรล่ะ”

ฉินอี่อี่คิดแล้วกล่าวว่า “แรงก์ C”

หลี่ซูถงส่ายหน้า “ฉันอยู่แรงก์ S”

ฉินอี่อี่เบะปาก “ไม่อยากบอกก็ช่างเถอะ ใจแคบ”

ฉินเฉิงนั่งอยู่ด้านข้าง ไม่พูดไม่จาเลย เขามองดูน้องสาวคุยเล่นกับหลี่ซูถง ในใจเหงื่อแตกพลั่ก

ตอนที่ทุกคนคุยเล่นกัน ชิ่งเฉินนั่งอยู่บนรถถืออีรีดเดอร์พลิกหน้าอยู่ตลอด

ฉินอี่อี่ชายตามอง ในอีรีดเดอร์นั่นเป็นรูปถ่ายของพืช ด้านข้างยังมีตัวหนังสือเล็ก ๆ คู่กัน

นี่เป็นสิ่งที่หลินเสี่ยวเสี้ยวจัดให้ชิ่งเฉิน ให้เขาจดจำพืชพรรณอันเป็นที่รู้จักทั้งหมดของโลกภายในอย่างสะดวกสบาย

มีต้นที่กินได้ มีต้นที่สามารถใช้ดึงน้ำจืด มีต้นที่สามารถรักษาบาดแผลภายนอก มีสมุนไพรที่สามารถรักษาอาการป่วย มีต้นที่สามารถต้านพิษได้ชั่วคราว สิ่งละอันพันละน้อย

ชิ่งเฉินจดจำเอาไว้เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์เฉพาะหน้าที่พบเจอในป่าภายหลัง

ตอนที่ก้มหน้าอ่านอีรีดเดอร์ มือบอบบางข้างหนึ่งยื่นเข้ามาในครรลองสายตา บนมือยังถือแอปเปิ้ลสีแดงหนึ่งผล

ชิ่งเฉินมองเงียบ ๆ บนมือนั่นมีบาดแผลเล็กละเอียดไม่น้อย ข้อนิ้วก็ด้าน ดูรู้ว่าเป็นมือที่ใช้แรงงานทั้งปี

ฉินอี่อี่กล่าวว่า “อะ ให้คุณ”

พูดจบ ยังไม่ทันที่ชิ่งเฉินจะปฏิเสธก็ยัดเข้าไปในอ้อมแขนเขาดื้อ ๆ เลย

ฉินอี่อี่กล่าวต่อว่า “ทางตะวันตกของแคมป์เมื่อกี้ 30 กิโลเมตรมีป่าแอปเปิ้ลหย่อมหนึ่ง ไม่ได้เป็นของฐานการผลิต ปกติแล้วแอปเปิ้ลป่าล้วนจะเปรี้ยวมาก แต่แอปเปิ้ลที่เด็ดจากป่าแอปเปิ้ลหย่อมนั้นดันทั้งใหญ่ทั้งหวาน บ้านเราเด็ดแอปเปิ้ลที่นี่มาสามปีต่อเนื่องแล้ว อร่อยมาก ๆ คุณลองดูสิ”

ในสถานการณ์ปกติ ฤดูออกผลของไม้ผลจะต้องใส่ปุ๋ย ตัดแต่งกิ่งใบ ยกตัวอย่างเช่นประเภทส้มหวานยังจะต้องตัดวงรอบลำต้น อย่างนี้จึงจะทำให้ผลไม้หวาน

ดังนั้นพุทราป่า, แอปเปิ้ลป่าล้วนมักจะค่อนข้างเล็กค่อนข้างเปรี้ยว เพราะไม่มีชาวสวนบำรุง

แต่ฉินอี่อี่พูดว่านั่นเป็นป่าแอปเปิ้ลป่า

ไม่มีเหตุผลที่จะมีผลไม้หวานงอกขึ้นมา

หลี่ซูถงมองไปทางฉินถงกล่าวว่า “บอกพ่อของเธอหน่อย จะไปที่ป่าแอปเปิ้ลนั่นอีกจะต้องระวังสักหน่อยนะ”

“เพราะอะไรครับ” ฉินถงประหลาดใจอยู่บ้าง

“ที่นั่นปรากฏเค้าลางของสถานที่ต้องห้ามแล้ว หลายสิบปีก่อนอาจะมีผู้เหนือมนุษย์ตายอยู่ที่นั่น” หลี่ซูถงคิดแล้วกล่าวว่า “ตอนนี้ผลไม้ยังไม่มีปัญหา ไม่แน่ว่าผ่านไปอีกหลายปีไปกินเข้า ผลไม้จะมีผลหลอนประสาท หลังกินเสร็จเธอจะสามารถเห็นว่ามีมังกรบินอยู่บนฟ้า มีแมลงคลานอยู่บนตัว……ภาพหลอนนิด ๆ หน่อย ๆ ยังไม่เป็นไร ถ้าร้ายแรงเธอกู้ชีวิตไม่ทันด้วยซ้ำ”

ประเด็นสำคัญที่สุดคือ แมลงและสัตว์ป่าในสถานที่ต้องห้ามก็จะกลายพันธุ์ ปรากฏทิศทางการวิวัฒนาการอย่างที่ไม่เป็นที่รู้จัก

หลายปีนี้ สถานที่ต้องห้ามยิ่งมายิ่งมากแล้ว

“งั้นตอนนี้แอปเปิ้ลพวกนี้ยังกินได้ไหมคะ” ฉินอี่อี่ถาม

“ได้” หลี่ซูถงพยักหน้า “สถานที่ต้องห้ามยังไม่ก่อตัวเลย”

ตอนนี้ฉินอี่อี่ยื่นแอปเปิ้ลหนึ่งผลให้หลี่ซูถง “ให้คุณด้วยหนึ่งลูก”

หลี่ซูถงขำ “เมื่อกี้ไม่ให้ฉัน ทำไมตอนนี้ให้แล้วล่ะ”

ฉินอี่อี่ลอบมองชิ่งเฉิน “ถ้าฉันให้แค่เขา ไม่ให้คุณ ฉันกังวลว่าคุณจะแอบแกล้งเขา”

หลี่ซูถงหัวเราะฮา ๆ เสียงดัง จู่ ๆ รู้สึกว่าทริปนี้น่ารื่นรมย์เป็นพิเศษ

…………………………….

 

 

 

ตอนที่ 112 – สัตว์เลี้ยงของคนใหญ่คนโต

Options

not work with dark mode
Reset